เมื่อปีที่แล้ว Pelikan ผู้ผลิตเครื่องเขียนชั้นนำจากเยอรมนี ประกาศวางจำหน่าย Classic M205 Demonstrator ในโอกาสฉลองครบรอบ 180 ปีของบริษัท ซึ่งได้รับการตอบรับจากตลาดอย่างดีมาก จนทำให้ของขาดจากตลาดเป็นประจำ

เวลาผ่านมาเกือบปี ไรท์ติ้งอินไทย ได้ปากกาด้ามนี้มาครอบครองจาก Massdrop จึงขอมา ‘พรีวิว’ ปากการุ่นพิเศษนี้ให้ทุกท่านได้รับชมกันครับ

อะไรคือปากกาหมึกซึมแบบ Demonstrator?

หลายคนที่อาจจะเคยใช้ปากกาหมึกซึม อาจจะคุ้นเคยกับปากกาสีใสที่เรียกกันว่า ‘demonstrator’ กันบ้าง แต่หลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้จักว่าอะไรคือปากกาแบบนี้ และส่วนมากมักจะเก็บไว้สำหรับปากการุ่นพิเศษ หรือไม่ก็มีราคาแพงพอสมควร

คำว่า ‘demonstrator’ แปลว่า ‘ตัวทดลอง/สาธิต’ ซึ่งก็หมายถึงปากกาที่เป็นตัวสาธิตนั่นเอง แต่เดิมผู้ผลิตสร้างปากกานี้ขึ้นมา เพื่อให้เห็นกลไกภายในของปากกา ใช้สำหรับสาธิตให้ลูกค้านั่นเอง

ในตอนแรก ปากกาลักษณะนี้ผลิตขึ้นมาโดยให้เห็นเป็นบางส่วนเท่านั้น Nibs.com ระบุว่าปากการุ่นแรกที่ผลิตเช่นนี้คือ Parker ซึ่งสร้างช่องให้เห็นการทำงานของท่อแรงดันด้านใน จากนั้นเป็น Sheaffer ที่ทำปากกาลักษณะเดียวกันออกมา จากนั้นในระยะหลังก็มีการผลิตเป็นลำตัวใสทั้งด้าม เพื่อให้เห็นปากกาลักษณะนี้

ทีมงานเคยรีวิวปากกาในลักษณะนี้ไปแล้วครั้งหนึ่ง นั่นก็คือ Sailor 1911 Junior Clear Sparkle นั่นเอง ซึ่งจากเท่าที่ใช้งาน ปากกาลักษณะนี้จำเป็นที่จะต้องทำความสะอาดอย่างต่อเนื่อง

Sailor 1911 Junior Clear Sparkle Special Edition
Sailor 1911 Junior Clear Sparkle Special Edition

Classic M205 Demonstrator และการกลับร่างมาเกิด (อีกครั้ง)

ถ้ายังจำกันได้จากรีวิว Pelikan Classic M200 Smoky Quartz ปากการุ่นนี้ถือเป็นรุ่นคู่หูพี่น้องกับ
Souverän 400 ปากการุ่นหรูของบริษัท ความแตกต่างประการเดียวคือหัวปากกาไม่ได้ผลิตจากทองคำ 14 กะรัต ทำให้ราคาถูกกว่า และถือเป็นรุ่นสูงสุดของกลุ่มเครื่องเขียนระดับ Elegance

แต่การกล่าวเช่นนี้ ก็ไม่ได้แปลว่าปากการุ่นนี้จะไม่มีความต่างอยู่เลย ประการแรกคือโลหะตกแต่งที่เป็นสีเงิน ที่บ่งบอกจากรหัสลงท้ายด้วยเลข 5 (xx5) ขณะที่คู่ฝาแฝดอย่าง Classic M200 จะตกแต่งด้วยสีทอง และใช้ตัวเลขรุ่นลงท้ายด้วยเลข 0 (xx0)

ความแตกต่างระหว่าง M200 Smoky Quartz และ M205 Demonstrator

อีกประการหนึ่งคือ M200 วางจำหน่ายมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1985 แต่ขณะที่รุ่น M205 เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่ปี ค.ศ. 2005 เป็นต้นมา เรียกได้ว่าที่มาและปีต่างกันพอสมควร

ข้อมูลจาก The Pelikan’s Perch เว็บไซต์เครื่องเขียนของสาย Pelikan ระบุว่า M205 เริ่มวางจำหน่ายครั้งแรกในปี 2009 โดยเป็นรุ่นตัวด้ามใส (demonstrator) จากนั้นจึงห่างหายไป แล้ววางจำหน่ายอีกทีเมื่อปี ค.ศ. 2009 ถึง 3 สีรวด ประกอบไปด้วย สีแดง สีขาว สีดำ และสีพิเศษ สีน้ำเงินโปร่งใส ก่อนที่จะออกสีอื่นๆ เช่น สีน้ำตาล สีพลอยม่วงดอกตะแบกใส (Amethyst Demonstrator) เป็นต้น

ในปี ค.ศ. 2018 Pelikan ได้ออกปากกาในกลุ่ม Classic 205 จำนวน 2 รุ่น คือ Olivine ที่เป็นสีประจำปี ออกคู่กับหมึก Edelstein และ Demonstrator ที่ออกมาอีกครั้งในวาระฉลองครบรอบบริษัท 180 ปีนั่นเอง

สำหรับ Classic M205 Demonstrator ที่ออกในปี 2018 มีความแตกต่างจากรุ่นปี 2005 อยู่เล็กน้อย ตรงที่ส่วนหัวของปลอกปากกา เปลี่ยนจากสีดำสนิททั้งหมด กลายเป็นเคลือบโลหะสีเงินแบบเดียวกับปากการุ่นอื่นในระยะหลัง นอกจากนั้นแล้วก็แทบจะไม่แตกต่างกันเลย

ข้อมูลทางเทคนิค

Classic M205 Demonstrator
  • ความยาว: 12.49 เซนติเมตร
  • ความยาวตัวด้าม: 8.20 เซนติเมตร
  • ความยาวปลอกปากกา: 5.58 เซนติเมตร
  • ความยาวเมื่อสวมปลอกท้ายด้าม: 14.50 เซนติเมตร
  • เส้นผ่าศูนย์กลาง: 1.16 เซนติเมตร
  • น้ำหนัก: 13.89 กรัม
  • หัวปากกา: Extra-fine (จ่ายเพิ่ม), Fine, Medium และ Broad
  • ราคาจำหน่ายแนะนำ (ต่อด้าม): 125 ยูโร (ประมาณ 4,470 บาท)

บรรจุภัณฑ์และปากกา

ทีมงานได้รับปากกาในบรรจุภัณฑ์ที่เรียบง่าย ด้านนอกมาด้วยกล่องกระดาษแข็งสีขาวปกติของบริษัท

เมื่อเปิดออกมา ด้านในจะเป็นกล่องกระดาษแข็งสีเงินเข้ม-น้ำตาลอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งภายในจะบรรจุปากกาเอาไว้ สามารถใช้ลิ้นของกล่องทางขวามือ ดึงถาดออกมาเพื่อเจอกับปากกา ที่จะใส่เอาไว้ในซองใส่ปากกาสีขาว ทำจากหนังเทียม และผูกโบว์เอาไว้อย่างเรียบง่าย

ตัวซองสีขาวประทับตราของบริษัทเอาไว้

กล่องปากกา
กล่องด้านในพร้อมซองใส่ปากกา
ตราประทับของบริษัทบนซอง

ด้านล่างของกล่อง มีการใส่คู่มือและแนวทางการดูแลรักษาปากกา รวมถึงข้อมูลประกัน ห่อด้วยกระดาษสาอย่างดี เรียกว่าทำออกมาได้ดีเป็นอย่างมาก

เมื่อแกะซองออกมา ก็พบกับปากกาทันที ตัวปากกามีการคล้องป้าย (tag) ระบุข้อมูลเอาไว้ สำหรับรุ่นที่ทีมงานได้รับเป็นหัวเขียน F (Fine) ครับ

Demonstrator และชื่อรุ่นชัดเจน

ตัวปากกายังคงการออกแบบในลักษณะเดียวกับของ Pelikan Classic M200 แทบจะทุกประการ ความต่างอย่างเดียวคือส่วนที่ตกแต่งด้วยโลหะทั้งหมดจะถูกชุบด้วยโลหะสีเงินเท่านั้น นับว่าเรียบง่ายและหรู แม้จะไม่โดดเด่นเท่ากับสีทองก็ตาม

ส่วนหัวของปลอกปากกา ก็เป็นสีเงินด้วยเช่นกัน

โลโก้ Pelikan
หัวปากกา

สิ่งที่ทำให้ปากการุ่นนี้โดดเด่นและแตกต่างจากปากกาตัวอื่นๆ ที่เคยรีวิว อยู่ที่การใช้เรซินใส ซึ่งบริษัทระบุว่าทำค่อนข้างยาก และจะต้องทำให้ไม่เหลืองหากใช้ไปในระยะยาว สำหรับความทนทานของปากกาตัวนี้ ต้องถือว่าทำได้ดี และมีน้ำหนักเบา

เนื่องจากทีมงานไม่ได้ทดสอบการเขียน เพราะเคยทดสอบไปแล้วในรีวิวของ Smoky Quartz จึงขออนุญาตข้ามในส่วนนี้ไปครับ

สรุป

ในเรื่องของการเขียน ทีมงานคงไม่ขอกล่าวถึง เนื่องจากประสบการณ์ในการเขียนของปากการุ่นนี้ไม่ต่างจาก M200 ซึ่งเคยรีวิวไปแล้ว และสามารถใช้งานได้อย่างโดดเด่นแน่นอน

สิ่งที่เห็นชัดเจน คือเรื่องของตัวปากกาที่ทำออกมาเป็นโปร่งแสง เห็นทุกกลไกและทุกส่วนของปากกา เป็นเอกลักษณ์และสวยงามอย่างยิ่ง เรียกว่าพกไปใช้ที่ไหนจะต้องเรียกความสนใจได้อย่างแน่นอน และถ้าหมึกสีสวยด้วย ก็จะได้เห็นสีหมึกสวยๆ ด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่จะต้องกังวลกันสำหรับปากกาลักษณะแบบนี้ (demonstrator) คือเรื่องของการใช้ระยะยาว รวมถึงการทำความสะอาดและการติด (stain) ของหมึกที่ใช้ด้วย นับว่าเป็นเรื่องจุกจิกของการใช้ปากกาลักษณะนี้อยู่ไม่ใช่น้อย

นอกจากนั้นแล้วปากการุ่นนี้ (ไม่ว่าจะเป็น M200/205) คือเรื่องของรอยขนแมวที่เกิดขึ้นได้ง่ายมาก สำหรับรุ่นที่เป็นสีอาจจะไม่มีอะไรมาก แต่สำหรับรุ่นสีใสนี้ถ้าเป็นรอยนิดเดียวก็สามารถเห็นได้แล้ว ของทีมงานเองก็พบรอยจากโรงงานตั้งแต่ตอนแรกที่แกะกล่องในส่วนของปลอกปากกาที่เสียดสีกับตัวด้าม (มีเล็กน้อยมาก)

ปากการุ่นนี้ไม่มีวางจำหน่ายในประเทศไทย ดังนั้นแล้วหนทางเดียวคือการซื้อจากต่างประเทศ ซึ่งจะมีปัญหาในเรื่องของประกัน นอกจากนั้นแล้วยังเป็นรุ่นที่ผลิตมาจำนวนจำกัด สินค้าคงเหลือจึงไม่น่าจะเหลือมากแล้ว ใครที่อยากได้อาจจะต้องรีบหาซื้อมาเป็นเจ้าของครับ

เครดิต

  • ข้อมูลและเรียบเรียง: Pelikan, The Pelikan’s Perch (1, 2)
  • สถานที่: True Shop สาขาไอคอนสยาม

Facebook Comments