หนึ่งในแบรนด์เครื่องเขียนระดับโลกที่ผู้ชื่นชอบเครื่องเขียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปากกาหมึกซึม มักจะคุ้นเคย คือ Pelikan (อ่านว่า พิลีแกน) บริษัทผู้ผลิตเครื่องเขียนจากเยอรมนีที่มีอายุกว่า 180 ปี ที่เริ่มต้นมาจากการผลิตหมึก จากนั้นจึงเข้ามาผลิตเครื่องเขียนในภายหลัง และเมื่อปีที่แล้ว (ค.ศ. 2017) บริษัทได้ออกปากกา Classic M200 Smoky Quartz ประกบคู่กับ Edelstein Smoky Quartz ที่เป็นสีประจำปีมาคู่กัน

ถือเป็นโอกาสอันดีที่ไรท์ติ้งอินไทยได้ทั้งปากกาและหมึกมารีวิวพร้อมกัน จึงขอนำเสนอรีวิวปากการุ่นนี้ให้ทุกท่านได้อ่านกันครับ

ข้อมูลแจ้งเพื่อทราบ: รีวิวนี้ เขียนจากประสบการณ์ตรงของทีมงาน และไม่ได้รับการสนับสนุนใดๆ ในทางการเงินจากแบรนด์หรือตัวแทนจำหน่าย ยกเว้นข้อมูลในทางประวัติศาสตร์และภาพประกอบเนื้อหาบางชิ้นที่ต้องได้รับอนุญาตเท่านั้น (ระบุไว้ใต้ภาพแล้ว)

ประวัติของ Pelikan, Classic M200 และ Edelstein

ตราสัญลักษณ์ของบริษัท (ภาพจากบริษัท)
ตราสัญลักษณ์ของบริษัท (ภาพจากบริษัท)

Pelikan เป็นบริษัทผลิตเครื่องเขียนรายใหญ่ของเยอรมนี ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1838 ในฐานะบริษัทที่ผลิตหมึก โดย Carl Hornemann นักเคมีชาวเยอรมัน ก่อนที่ในปี ค.ศ. 1871 บริษัทถูกซื้อกิจการโดย Günther Wagner หนึ่งในพนักงานของบริษัท และเริ่มเปลี่ยนมาใช้ตราลัญลักษณ์นกกระทุง หรือ Pelikan ที่เป็นสัญลักษณ์ประจำตระกูลนั่นเอง

จากนั้นบริษัทก็เติบโตมาเรื่อยๆ จนเริ่มต้นผลิตปากกาหมึกซึมโมเดล 100 เป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1929 โดยถือเป็นบริษัทแรกที่ใช้เทคโนโลยี Piston-filling ซึ่งซื้อสิทธิบัตรมาจาก Theodor Kovacs ชาวฮังการี จากนั้นเป็นต้นมา บริษัทก็ผลิตเครื่องเขียนเรื่อยมา แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในเชิงการบริหารมาโดยตลอด จนกระทั่งเมื่อปี ค.ศ. 1996 เศรษฐีชาวมาเลเซีย Hooi Keat Loo ได้เข้าซื้อกิจการ, ย้ายสำนักงานใหญ่ไปยังสวิตเซอร์แลนด์ และเข้าซื้อ Herlitz AG คู่แข่งรายสำคัญเมื่อปี ค.ศ. 2010

Special Edition M101N Bright Red รุ่นสร้างใหม่ย้อนยุคสมัยแรกของบริษัท
Special Edition M101N Bright Red รุ่นสร้างใหม่ย้อนยุคสมัยแรกของบริษัท (ภาพจากบริษัท)

ในโลกของปากกาหมึกซึม ผลงานที่สำคัญของบริษัทคือ Pelikan 4001 หมึกปากกาหมึกซึมที่วางจำหน่ายมาตั้งแต่ ค.ศ. 1901, การออกปากการะดับสูงตัวแรก Model 400 เมื่อปี ค.ศ. 1950 ที่กลายเป็นปากกาหมึกซึมยอดนิยม, เริ่มต้นออกปากกาแบบผลิตจำนวนจำกัด (Limited Edition) – Pelikan Blue Ocean – ในปี ค.ศ. 1993, ผลิตปากกาให้กับ Porsche Design และออก Edelstein หมึกปากกาหมึกซึมระดับสูงในปี ค.ศ. 2011 และการออก Pelikan Souverän M1000 ปากกาหมึกซึมรุ่นเรือธงของบริษัทในปี ค.ศ.1998

สำหรับ Classic M200 ถือเป็นปากกาในกลุ่มเครื่องเขียนชั้นสูงของบริษัท (fine writing instrument) และถือเป็นรุ่นสูงสุดของระดับชั้น Elegance (เกินกว่านี้คือ Souverän ที่เป็นรุ่นหรู) วางจำหน่ายครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1985 โดยมีขนาดเท่ากับ Souverän M400 แต่หัวปากกาผลิตจากเหล็กกล้าไร้สนิม (ไม่ใช่ทองคำ 14 กะรัต แบบที่ M400 เป็น แต่สามารถซื้อหัวมาใส่กันได้ถ้าต้องการ) ส่วนโลหะที่ประดับกับปากกาจะเป็นสีทอง ผลิตออกมาคู่กับปากกาลูกลื่น (K) และมีรุ่นคู่กันอีกรุ่นคือ M205 ซึ่งสีของโลหะที่ตกแต่งบนตัวด้ามจะเป็นสีเงิน

หากไม่ต้องการกลไกแบบ piston-mechanism และต้องการใช้หมึกหลอดหรือหลอดสูบหมึก บริษัทก็มีรุ่น P200 ซึ่งเหมือนกันแทบทุกประการ ต่างกันแค่กลไกหมึกเท่านั้น

รุ่นธรรมดา
รุ่นธรรมดา (ภาพจากบริษัท)

ส่วน Edelstein เป็นหมึกในกลุ่มระดับหรู (luxurious ink) ของทางบริษัท เริ่มวางจำหน่ายครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 2011 และมีเอกลักษณ์ที่หมึกจะมีการไล่ระดับสี (shading) ในโทนที่แตกต่างกัน ชื่อและสีของหมึกจะมาจากอัญมณีชนิดต่างๆ ที่มีอยู่บนโลก ซึ่งจะมีสีประจำปี วางขายในสองรูปแบบ คือ หมึกหลอดแบบยาว ขายเป็นตลับบรรจุ 5 หลอด และขวดหมึก 50 มิลลิลิตร ซึ่งถือว่าเป็นหมึกที่มีราคาแพงเป็นอันดับต้นๆ ของท้องตลาด

แท่นวางจำหน่ายตลับหมึกหลอด Edelstein
แท่นวางจำหน่ายตลับหมึกหลอด Edelstein (ภาพจากบริษัท)

ในรีวิวนี้เราจะรีวิว Classic M200 และหมึก Edelstein สี Smoky Quartz ซึ่งเป็นสีประจำปี ค.ศ. 2017 และขายมาคู่กัน แบบเดียวกับ M205 และ Edelstein Olivine ที่จะวางจำหน่ายในเดือนนี้ ชื่อสีได้มาจากอัญมณีชื่อเดียวกัน (ชื่อภาษาไทยเรียก quartz ว่า “แร่เขี้ยวหนุมาน”) มีสีกึ่งโปร่งใส ความแข็งอยู่ที่ระดับ 7 โดยสีนี้เกิดจากการที่แร่ควอตซ์มีอะตอมของซิลิกอนอิสระอยู่ภายใน และทำปฏิกริยาระหว่างที่แร่ (silicon dioxide) กำลังตกผลึกจนกลายเป็นหินแร่ก้อนขนาดใหญ่นั่นเอง

ภาพจากบริษัท
ภาพจากบริษัท

บรรจุภัณฑ์ ตัวปากกา และขวดหมึก

บรรจุภัณฑ์

หมายเหตุ ทีมงานสั่งชุดหมึกและปากกานี้มาจากต่างประเทศ ซึ่งเกิดอุบัติเหตุระหว่างการขนส่ง ทำให้ขวดหมึกที่มาพร้อมกับปากกาบิ่น และมีหมึกบางส่วนรั่วออกมาจนทำให้ตัวกล่องเลอะอย่างเห็นได้ชัดเจน ทีมงานได้ติดต่อกับทางผู้จัดจำหน่าย โดยทางผู้จัดจำหน่ายขอคืนเงิน แต่ไม่ได้ขอเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้ เพื่อความตรงไปตรงมา ทีมงานจึงถ่ายรีวิวเป็นไปตามที่ได้รับมา จึงขออภัยท่านผู้อ่านหากภาพที่แสดงออกมาดูขัดใจไปบ้าง

เนื่องจากทีมงานสั่งซื้อมาเป็นชุด (มีขายแยก) ทำให้ทั้งปากกาและหมึกอยู่ในกล่องเดียวกันทั้งหมด ด้านนอกเป็นกระดาษมันขาว พิมพ์ตราบริษัทสีดำเอาไว้บนกล่อง และด้านข้างมีรายละเอียดของชุดปากกากับบาร์โค้ด

เมื่อเปิดกล่องด้านนอก ก็จะเจอกล่องด้านในอีกชั้นหนึ่งที่เป็นกล่องไว้แสดง (display box) ได้ด้วย ของทีมงานเกิดอุบัติเหตุระหว่างขนส่ง ทำให้กล่องเลอะเล็กน้อย

เมื่อเปิดกล่องออกมา ก็จะพบกับปากกาและหมึกด้านใน โดยเป็นสีเดียวกันทั้งหมด (ตัวปากกาปกติจะมีซองพลาสติกหุ้ม แต่ทีมงานเอาออกเพื่อให้เห็นปากกาได้ชัดเจน

ตัวปากกาวางนอน เสมือนกับลอยอยู่เหนือตัวหมึก ส่วนด้านล่างเป็นขวดหมึกครับ

เนื่องจากกล่องที่ได้มารีวิวเกิดอุบัติเหตุตอนขนส่งตามที่ชี้แจงไปด้านบน เลยขออนุญาตใช้ภาพทางการของบริษัทอีกภาพ เพื่อให้เห็นความสวยงามจริงครับ

ชุดปากกาและหมึกสีประจำปี 2017 Smoky Quartz (ภาพจากบริษัท)
ชุดปากกาและหมึกสีประจำปี 2017 Smoky Quartz (ภาพจากบริษัท)

ปากกา Classic M200 Smoky Quartz

ตัวปากกามาในสีน้ำตาลโทนเข้ม มีลักษณะโปร่งแสง สามารถยกขึ้นเทียบกับแสงเพื่อเห็นกลไกด้านในได้ สีจะเปลี่ยนไปเล็กน้อยตามสถานที่ซึ่งแสงตกกระทบ โดยหากเป็นแสงไม่จ้ามาก (เช่น ในห้อง) จะแสดงตัวเป็นสีน้ำตาลเข้ม แต่หากเป็นในแสงจัด (เช่น นอกอาคาร) จะแสดงสีน้ำตาลอ่อนลง

ทั้งตัวด้ามและปลอกปากกา สามารถใช้ไฟส่องเห็นได้ และถ้ายกเทียบกับแสงที่จัดจะสามารถพอเห็นรายละเอียดภายในบ้าง

ด้านบนของปลอกปากกามีตราสัญลักษณ์ของบริษัทแปะอยู่ ทำมาจากพลาสติกสีดำและพ่นตรานกกระทุงด้วยสีทอง

คลิปปากกามีลักษณะเหมือนปากนกกระทุง ให้ความรู้สึกยืดหยุ่นแต่มั่นคงและแข็งแรง มีเอกลักษณ์ ส่วนล่างสุดของปลอกปากกามีวงแหวนที่พิมพ์คำว่า “Pelikan” อยู่ด้านหนึ่ง และ “Germany” อีกด้าน

เมื่อหมุนปลอกปากกาออกมาเพื่อเขียน (ประมาณ 3/4 ของ 1 รอบ) ปลอกก็จะออกมา เผยให้เห็นหัวปากกาที่ทำจากเหล็กกล้าไร้สนิมเคลือบทองคำ (ไม่ระบุความบริสุทธิ์) ทีมงานได้รับมาเป็นหัวขนาด EF

เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของปากกาจาก Pelikan อยู่ที่คุณสมบัติในการหมุนเอาหัวปากกาออกมาได้ (เฉพาะปากกาแบบ piston-filling เท่านั้น) ซึ่งทำให้ถ้าต้องการเปลี่ยนหัว ก็สามารถหาได้ไม่ยาก นอกจากนั้นแล้วหัวปากกานี้มาพร้อมกับรางจ่ายหมึก (feed) ที่ใหญ่และยาวกว่าปากกาของคู่แข่งโดยทั่วไป ทำให้จ่ายน้ำหมึกได้ดีและคงที่ตลอด

อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับปากกาอื่นๆ แล้ว จะพบว่าปากการุ่นนี้มีขนาดที่เล็กมาก เรียกว่าเล็กกว่า TWSBI Go หรือ Sailor 1911 Standard ไปมาก ทั้งในเชิงความยาวและเส้นผ่าศูนย์กลาง เวลาเขียนใช้งานจึงควรเสียบปลอกเข้ากับตัวด้ามของปากกา เพื่อให้ตัวปากกาไม่หล่นลงไปในอุ้งมือครับ

เทียบปากกา (จากบนไปล่าง) TWSBI Diamond 580 AL R, Sailor 1911 Standard, Pelikan Classic M200 Smoky Quartz, TWSBI Go, Montegrappa Parola
เทียบปากกา (จากบนไปล่าง) TWSBI Diamond 580 AL R, Sailor 1911 Standard, Pelikan Classic M200 Smoky Quartz, TWSBI Go, Montegrappa Parola
ปากกาใช้งานโดยไม่เสียบปลอก
ปากกาใช้งานโดยไม่เสียบปลอก
ใช้งานโดยเสียบปลอก
ใช้งานโดยเสียบปลอก

หมึก Edelstein Ink Of The Year 2017 Smoky Quartz

สำหรับหมึก Edelstein ที่มาพร้อมกัน เป็นสีเดียวกับปากกา ขวดหมึกมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยม ทำมาจากแก้ว มีการพิมพ์ตัวหนังสือสีทอง และชื่อหมึกเป็นสีเดียวกับชื่อ ซึ่งสำหรับปี ค.ศ. 2017 เป็นสีน้ำตาลเข้ม ตัวขวดหมึกมีฐานแก้วที่หนา ฝาพลาสติกสีดำใหญ่ แต่โดยรวมแล้วถือว่าเป็นขวดที่ไม่ได้ใหญ่มาก แต่ถือว่ามีความจุเยอะ (50 มิลลิลิตร)

เมื่อเทียบกับขวดหมึกอย่าง Pilot Iroshizuku Kon-Peki ต้องถือว่ามีขนาดเตี้ยกว่าพอสมควร แต่ขวด Iroshizuku โดยปกติจะสูงและผอมเรียวกว่าอยู่แล้ว

ส่วนถ้าเทียบกับขวดของ Montblanc Irish Green ก็จะพบว่าความสูงเท่ากัน แต่ขวด Montblanc มีลักษณะเหมือนรองเท้า ซึ่งทำให้ขนาดที่ออกมายาวกว่าชัดเจน

และท้ายสุด เมื่อเทียบกับ Pelikan 4001 Brilliant Black ขวดใหญ่ครับ จะสังเกตได้ว่าขนาดของขวดหมึกมีขนาดใกล้เคียงกัน แต่ขวดของ 4001 จะใช้แก้วที่บางกว่า อีกทั้งกลมมนมากกว่า

ทดสอบใช้จริง

เนื่องจากรีวิวเราได้มาเป็นชุด จึงขอรีวิวพร้อมๆ กันเลยทีเดียวครับ

ปากกา

สำหรับปากกาหมึกซึม Classic M200 Smoky Quartz ทีมงานสามารถกล่าวได้อย่างเต็มปากว่าเป็นหนึ่งในปากกาที่เขียนได้ดีที่สุดด้ามหนึ่ง ไม่แพ้ปากกาหมึกซึม Caran d’Ache 849 เลยแม้แต่น้อย ตัวปากกาจ่ายหมึกได้เยอะและพอเพียง เขียนลื่น และหัวปากกาเองยังออกแบบมาให้รองรับน้ำหนักเส้นที่แตกต่างกัน (line variation) ได้มากพอสมควรเลยทีเดียว การเขียนกลับด้าน (reverse writing) ค่อนข้างกัดกระดาษและสาก (scratchy) มากกว่าปกติ และได้ขนาดเส้นที่เล็กกว่า ตัวปากกามีความจุของหมึกที่ 1.3 มิลลิลิตร จุได้มากกว่าปากกาหมึกซึมโดยทั่วไปพอสมควร

ข้อสังเกตอย่างหนึ่งคือ เส้นของปากกาที่ได้จากการเขียนของ Pelikan มักจะใหญ่กว่าความเป็นจริงเสมอ ปากกาด้ามนี้แม้จะระบุว่าหัวปากกาขนาดเส้นจะเป็น EF (Extra-Fine) แต่เมื่อเขียนออกมาแล้วกลับไปอยู่ที่ขนาด F ของผู้ผลิตในยุโรปตามปกติ เมื่อค้นหาข้อมูลก็พบว่าไม่ได้เป็นแค่รุ่นนี้เพียงรุ่นเดียว แต่เป็นรวมถึง Souverän รุ่นระดับสูงของบริษัทด้วย คำแนะนำของทีมงานจึงเป็นว่า ถ้าท่านต้องการเส้นขนาดใด ให้ทำการซื้อตัวที่น้อยออกไป 1 ระดับ เช่น อยากได้หัวขนาด F ก็ให้ซื้อ EF หรือถ้าอยากได้หัวขนาด B ก็ควรซื้อ M เป็นต้น

ในเรื่องของวัสดุและงานประกอบ ปากการุ่นนี้ทำได้ดีแม้วัสดุจะเป็นพลาสติกก็ตาม สิ่งสำคัญคือเมื่อพอใช้ไปได้ระยะหนึ่ง ตัวปากกาจะมีรอยเสียดสีระหว่างปลอกปากกาและตัวด้าม ถือเป็นข้อด้อยอย่างหนึ่งของปากกา นอกจากนั้นในส่วนที่จับ (section) ทีมงานยังเห็นรอยหล่อพลาสติกอยู่ ไม่ต่างจาก Sailor 1911 Standard ซึ่งทำให้ทีมงานผิดหวังบ้าง ส่วนน้ำหนักถือว่าเบา และเวลาใช้ก็ต้องเสียบปลอกปากกาด้านหลังโดยตลอด ซึ่งเสียบได้แน่น ไม่มีปัญหาอะไร

หมึก

สำหรับหมึก Edelstein Ink Of The Year 2017 Smoky Quartz ให้สีน้ำตาลเข้ม และมีการไล่เฉดได้ตามความเข้มของหมึกที่เขียน ถ้าส่วนไหนกดหันก หมึกก็จะไล่ระดับความเข้มไปจากสีน้ำตาลอ่อนธรรมดาไปจนถึงเข้ม นับว่าเป็นเอกลักษณ์ที่หาตัวจับได้ยาก

บนกระดาษทดสอบ หมึกสามารถแห้งได้เร็วกว่า 4001 และไม่มีอาการหมึกรั่วออกมาบนหัวปากกา (nib creep) แต่ประการใด ถือว่าเป็นหนึ่งในหมึกที่ดี (well-behave ink) ทำผลงานได้น่าประทับใจ

ราคาและสถานที่ซื้อ

เนื่องจากปากการุ่นนี้ไม่มีวางจำหน่ายในประเทศไทยจาก บริษัท พีลีแกน (ประเทศไทย) จำกัด ทำให้ทีมงานต้องซื้อจากต่างประเทศ โดยซื้อจาก Massdrop ในราคาชุดละ 104.99 ดอลลาร์ (ประมาณ 3,430 บาท) ไม่รวมค่าส่งมายังประเทศไทยอีก 5.19 ดอลลาร์ (ประมาณ 170 บาท) รวมราคาทั้งหมดประมาณ 3,600 บาท

ราคาวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาสำหรับชุดปากกาและหมึกนี้ อยู่ที่ 172 ดอลลาร์ (ประมาณ 5,600 บาท) และสามารถแยกซื้อระหว่างปากกาที่ราคา 148 ดอลลาร์ (ประมาณ 4,840 บาท) กับหมึกที่ขวดละ 35 ดอลลาร์ (ประมาณ 1,145 บาท) ส่วนราคาจำหน่ายในสหราชอาณาจักรและยุโรป อยู่ที่ 105 ปอนด์ (ประมาณ 4,430 บาท) หรือ 123.97 ยูโร (ประมาณ 4,700 บาท) สำหรับการวางจำหน่ายเป็นชุด ถ้าแยกออกมา ตัวด้ามจะวางจำหน่ายที่ 80 ปอนด์ (ประมาณ 3,370 บาท) และหมึกที่ขวดละ 14.17 ปอนด์ (ประมาณ 600 บาท) โดยราคาทั้งหมดยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มในแต่ละรัฐหรือประเทศ (สหภาพยุโรปคิดอัตราที่ 20%)

มีข้อที่ควรคำนึงอยู่สองประการ ประการแรกคือในประเทศไทย ยังไม่มีศูนย์บริการ Pelikan ดังนั้นถ้าท่านซื้อปากการุ่นนี้มา ท่านอาจจะต้องรับภาระในการซ่อมเอง อีกประการหนึ่งคือความเสี่ยงในการขนส่ง ตามที่เรียนไปด้านบนแล้ว เพราะขวดหมึกของทีมงานเกิดบิ่นแล้วรั่วซึมออกมา จนสร้างความเสียหายให้กับตัวกล่องปากกา

สรุป

โดยภาพรวม ทีมงานประทับใจกับทั้งปากกาและหมึกที่ได้มาอย่างมาก และมีความรู้สึกว่านี่เป็นหนึ่งในชุดปากกาและหมึกที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก

สำหรับตัวปากกาหมึกซึม Classic M200 Smoky Quartz ทีมงานพบว่ามันเป็นปากกาหมึกซึมที่ใช้งานในชีวิตประจำวันได้ดีมาก และเหมาะกับทุกโอกาส การเขียนก็ทำได้ดี จุดที่น่าสังเกตคือเรื่องของขนาดเส้นที่ใหญ่กว่าปกติเล็กน้อย ส่วนจุดที่ถือเป็นข้อด้อยอย่างชัดเจนคือวัสดุที่พอใช้ไปได้ไม่นานนักจะเกิดรอย และเรื่องของการเก็บงานส่วนที่จับปากกา ซึ่งยังถือว่าไม่เรียบร้อยเท่าใดนัก

ส่วนหมึก Edelstein Ink Of The Year 2017 Smoky Quartz ก็ทำประสิทธิภาพได้น่าประทับใจ ให้ผลงานเขียนที่ดูดี มีเอกลักษณ์ แห้งเร็ว และยังคงเป็นหมึกที่ดี ใช้ได้ในทุกสถานการณ์

จุดชี้ขาดของชุดปากกาและหมึกรุ่นนี้อยู่ที่เรื่องของราคา ถ้าต้องซื้อในราคาปกติ ทีมงานคิดว่าราคาอาจจะสูงเกินไป ขณะที่ถ้าแยกซื้อราคาก็ยิ่งน่าจะสูงจนเกินไป ทางออกที่ดีสำหรับการซื้อชุดปากกาและหมึกนี้จึงอยู่ที่ช่วงของการลดราคา ซึ่งคงออกมาเป็นระยะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของทีมงานที่ได้มาในราคาค่อนข้างต่ำกว่าราคาปกติ สาเหตุการลดราคาก็คงเดาได้ไม่ยาก เพราะชุดประจำปีนี้กำลังเริ่มวางจำหน่ายแล้ว ทำให้ผู้จำหน่ายหลายรายเริ่มระบายสินค้านั่นเอง

สิ่งที่ทีมงานรู้สึกเสียดาย คือการที่ บริษัท พิลีแกน (ประเทศไทย) จำกัด ยังไม่มีนโยบายการนำเข้าสินค้าในกลุ่มนี้ ทีมงานหวังว่าสักวันหนึ่งบริษัทจะตัดสินใจนำปากกาเหล่านี้เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย เพื่อให้เป็นที่รู้จักและมีตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้นกว่าเดิม

ข้อดีข้อเสีย
ปากกาใช้งานได้ดีเยี่ยม ผลงานประทับใจราคาแพง
หมึกใช้งานได้ดี มีลูกเล่นเยอะหาซื้อในประเทศไทยไม่ได้

ข้อมูลจำเพาะของปากกา

  • วัสดุของปากกา: เรซินกึ่งใส สีน้ำตาล Smoky Quartz, เหล็กกล้าไร้สนิมเคลือบทองคำ 23 กะรัต
  • กลไกการสูบหมึก: Piston-filling mechanism
  • ความจุหมึก: 1.3 มิลลิลิตร
  • เส้นผ่าศูนย์กลาง: 1.23 ซม.
  • ความยาวปากกาทั้งหมด (รวมปลอก): 15 ซม.
  • น้ำหนัก: 14 กรัม
  • หัวปากกา: เหล็กกล้าไร้สนิม

แหล่งอ้างอิงและข้อมูลประกอบ

Pelikan (1, 2, 3, 4), Pelikan Colletibles, The Pelikan’s Perch (1, 2)

Facebook Comments
สรุปรีวิว
ปากกาหมึกซึม Pelikan Classic M200 Smoky Quartz
หมึก Pelikan Edelstein Ink Of The Year 2017 Smoky Quartz
เรื่องก่อนหน้าVisconti เปิดตัว Homo Sapiens Evolution รุ่นย่อยล่าสุด
เรื่องถัดไปMontblanc เปิดตัว M Product RED พร้อมอุปกรณ์เสริม
เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา คนเดินดิน เรียนจบรัฐศาสตร์ ชอบปากกามาตั้งแต่เด็กๆ แต่ไม่ค่อยได้บอกให้ใครรู้ เริ่มใช้ปากกาหมึกซึมมาตั้งแต่ระดับประถม และใช้ปากกาลูกลื่น Montblanc Generation เป็นปากกาประจำตัว เลิกใช้ปากกาหมึกซึมไประยะหนึ่งก่อนกลับมาใช้ใหม่เพราะเพื่อนฝูงชักชวน แต่ก็ยังวนเวียนกับปากการะดับพรีเมียมเช่นเคย