7 กรกฎาคม 2020
รีวิว รีวิวหมึก รีวิวหมึกปากกาหมึกซึม Pilot Iroshizuku Kon-Peki

รีวิวหมึกปากกาหมึกซึม Pilot Iroshizuku Kon-Peki

รีวิวหมึกสุดสวยที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ผลิตโดย Pilot ประเทศญี่ปุ่น

นอกเหนือจากหมึกที่เราเคยรีวิวกันมาบ้างแล้ว หนึ่งในหมึกสำหรับปากกาหมึกซึมที่ได้รับการยอมรับจากชุมชนผู้ใช้ปากกาหมึกซึมทั่วโลก และกลายเป็นหมึกที่ทุกคนใฝ่หาและปรารถนานั้น คือหมึก Iroshizuku Kon-Peki จากคอลเลกชันหมึก Iroshizuku ของ Pilot หนึ่งในผู้ผลิตเครื่องเขียนชั้นนำของญี่ปุ่น ที่เป็นหมึกสีฟ้าสวยงาม สื่อถึงวันที่ท้องฟ้าเปิด

ไรท์ติ้งอินไทย ไม่พลาดที่จะรีวิวหมึกปากกาหมึกซึมแสนสวยตัวนี้ให้กับท่านผู้อ่านอย่างเช่นเคยครับ

ทำความรู้จักกับ Iroshizuku

ก่อนที่จะกล่าวถึง Kon-Peki ในฐานะที่เป็นหมึกสีหนึ่งของคอลเลกชัน เราควรมาทำความรู้จักกับหมึกคอลเลกชันนี้กันก่อน เนื่องจากว่ามีจำนวนมากถึง 24 สี ที่วางจำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน และเราจะมีรีวิวหมึกออกมาเรื่อยๆ อย่างแน่นอน

Iroshizuku เป็นชื่อหมึกระดับสูง (บริษัทผู้ผลิตเรียกว่า luxurious ink) ของ Pilot หนึ่งในบริษัทผู้ผลิตเครื่องเขียนรายใหญ่ของญี่ปุ่นและระดับโลก มาจากการผสมคำในภาษาญี่ปุ่นระหว่าง Iro (色) ที่แปลว่าสี และ Shizuku (雫) ที่แปลว่าหยดของเหลว (droplet) เมื่อรวมกันจึงแปลได้ว่า หยดสี ซึ่งสีแต่ละตัวของหมึกชุดนี้ บริษัทเลือกที่จะจำลองมาจากสีของธรรมชาติในประเทศญี่ปุ่นทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแถบเมืองเกียวโต (Kyoto) ดังนั้นแต่ละสีจึงมีลักษณะแตกต่างกันออกไป แม้จะเป็นสีในเฉดหรือโทนเดียวกันก็ตาม

สีต่างๆ ของหมึกในคอลเลกชัน
สีต่างๆ ของหมึกในคอลเลกชัน

หมึกชุดนี้ถูกพัฒนาขึ้น หลังจากที่ Kiyomi Hasegawa หนึ่งในพนักงานของบริษัทในแผนกวางแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ สังเกตในขณะที่ตัวเองทำงานอยู่หลังเคาน์เตอร์ขายปากกาหมึกซึมว่าทำไมลูกค้าที่ใช้ปากกาหมึกซึมในประเทศญี่ปุ่นจึงถูกจำกัดตัวเลือกของสีหมึก ไม่เหมือนกับปากกาแบบอื่นๆ ที่มีสีให้เลือกได้มากกว่า จึงเริ่มเสนอแนวคิดให้กับบริษัทจนเริ่มพัฒนาหมึกชุดนี้ และวางจำหน่าย 5 สีแรกในเดือนธันวาคม ปี ค.ศ. 2007 ที่ประเทศญี่ปุ่น โดยมีเคาน์เตอร์ให้ลูกค้าได้ลอง ณ จุดขาย ซึ่งเรียกความสนใจได้มาก และมีคนให้ความสนใจอยากเปลี่ยนมาลองใช้ปากกาหมึกซึมเพราะหมึกชุดนี้

หมึกทั้งหมดที่วางจำหน่ายในปัจจุบันมี 24 สี โดยทยอยออกมาเรื่อยๆ นับตั้งแต่ปลายปี ค.ศ. 2007 จนกระทั่งไปปิดที่ปลายปี ค.ศ. 2011 กับหมึก 3 ตัว คือ Take-Sumi (สีดำถ่านไม้ไผ่), Shin-Kai (สีน้ำทะเลลึก) และ Ama-iro (สีฟ้าท้องฟ้า) แต่จากข้อมูลของเว็บไซต์ Crónicas Estilográficas ระบุว่าจริงๆ หมึกชุดนี้มีรุ่นพิเศษอีก 3 สี (รวมทั้งหมดจริงๆ เป็น 27 สี) ปล่อยออกมาเมื่อเดือนมกราคม ปี ค.ศ. 2009 ที่เรียกว่า Tokyo Limited Edition ประกอบไปด้วยสี Edo-murasaki (สีม่วงเอโดะ แทนเมืองโตเกียว), Shimbashi-iro (สีของย่านชินบาชิ กรุงโตเกียว เป็นสีเทอคอย์ส หรือสีพลอยสีขี้นกการะเวก), และ Fukagawa-nezu (สีเขียวเทาหนู แทนย่านฟูคากาวา) ซึ่งวางขายในเวลาจำกัด และไม่มีการผลิตอีก

การออกแบบบรรจุภัณฑ์ของหมึกรุ่นนี้ บริษัทตั้งใจออกแบบมาให้เหมือนกับน้ำหอมตั้งแต่แรก และขวดทุกอันทำด้วยมือ ใช้คนในการเป่าแก้วเพื่อขึ้นรูปขวดหมึก ดังนั้นแต่ละขวดจึงมีลักษณะแตกต่างกันอยู่เล็กน้อย นอกจากนั้นบริษัทยังออกปากกา Custom 74 Demonstrator ที่เป็นปากกาหมึกซึมใส ให้ผู้ใช้ได้เห็นหมึกอย่างชัดเจนจากข้างในมาพร้อมกันด้วย ในแง่นี้ต้องยอมรับเรื่องของการทำการตลาดของบริษัท ที่ทำให้หลายคนติดกับหมึกชุดนี้เป็นอย่างมาก

ปากกา Custom 74 ที่ออกมาเพื่อรับกับหมึก
ปากกา Custom 74 ที่ออกมาเพื่อรับกับหมึก (ภาพ: Pilot Corporation)

หมึกชุดนี้สร้างชื่อในฐานะหมึกที่เขียนได้สวยงามในทุกสี และเข้ากันได้กับปากกาทุกรุ่นทุกแบบ รวมถึงเขียนได้ในกระดาษทุกแบบด้วย ทำให้คอลเลกชันหมึกนี้ได้รับเสียงตอบรับจากผู้ใช้ปากกาหมึกซึมและนักสะสมทั้งในญี่ปุ่นและนอกญี่ปุ่นอย่างมาก กลายมาเป็นหนึ่งในหมึกที่หลายคนอยากได้มาใช้งาน

Kon-Peki หนึ่งในหมึกยอดฮิตติดลมบน

เมื่อเอ่ยถึงหมึกชุดนี้ คงเลี่ยงไม่พ้นที่จะเอ่ยถึง Iroshizuku Kon-Peki หนึ่งในสีหมึกที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ของคอลเลกชันหมึกนี้

หมึกตัวนี้เป็นหมึกชุดแรกของทางบริษัทที่เปิดตัวและวางจำหน่ายเมื่อสิ้นปี ค.ศ. 2007 โดยเปิดตัวมาพร้อมกับหมึกอีก 4 สี ได้แก่ Asa-gao (สีดอกผักบุ้ง), Aji-sai (สีดอกไฮเดรนเยีย หรือดอกสามสี), Tsuyu-kusa (สีดอกผักปราบ) และ Tsuki-yo (สีน้ำเงินน้ำทะเลในคืนพระจันทร์เต็มดวง) ซึ่งเป็นสีโทนฟ้าและน้ำเงินทั้งหมด

ภาพท้องฟ้าสีฟ้าเข้ม
ภาพท้องฟ้าสีฟ้าเข้ม (ภาพจาก Pexels.com)

ชื่อ Kon-Peki (紺碧) แปลตรงตัวคือ azure หรือสีฟ้าของท้องฟ้าในวันที่ฟ้าเปิด ไม่มีเมฆ ส่วนคำแปลทางการคือ Deep Cerulean Blue ซึ่งที่ญี่ปุ่นแม้จะไม่ใช่สีที่ขายดีที่สุดเมื่อเทียบกับ Tsuki-yo แต่ในต่างประเทศกลายเป็นสีที่ขายดีที่สุดของหลายเว็บ ด้วยสีฟ้าที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่เหมือนใคร เวลาเขียนลงกระดาษแล้วดูสวยงามอย่างยิ่ง ด้วยโทนของสีฟ้าที่เข้มและมีสีเขียวเจือบ้าง

สำหรับคำว่า Cerulean ถูกบันทึกครั้งแรกในภาษาอังกฤษในปี ค.ศ. 1590 มีที่มาจากภาษาละติน caeruleus ที่แปลว่า สีฟ้าเข้ม หรือสีฟ้าเขียว ซึ่งมีคำใกล้เคียงคือ caerulum ที่มาจากคำว่า caelum แปลว่าท้องฟ้าหรือสรวงสวรรค์ แต่ตัวสีที่เรียกว่า Cerulean Blue นั้นเพิ่งถูกค้นพบในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 18 และเริ่มใช้กันแพร่หลายในคริสต์ศตวรรษที่ 19

กล่องหมึก Iroshizuku Kon-Peki

บรรจุภัณฑ์หรือกล่องของหมึกรุ่นนี้ ถูกออกแบบมาได้อย่างสวยงาม เหมือนกับขวดน้ำหอมตามแนวทางของบริษัทที่ตั้งใจออกแบบแต่แรก ตัวกล่องมีสีเงิน ด้านหน้าและฝาบนมีการระบุสีของหมึกเอาไว้ พร้อมกับพื้นหลังที่เป็นสีตรงกับสีหมึก (ในภาพสีจะเข้มกว่ากล่องตัวจริง)

กล่องหมึก Iroshizuku Kon-Peki
กล่องหมึก Iroshizuku Kon-Peki

เนื่องจากทีมงานไรท์ติ้งอินไทยได้มาจากประเทศญี่ปุ่น ด้านหลังจึงเขียนข้อมูลเป็นภาษาญี่ปุ่น โดยหมึกรุ่นนี้จะใช้รหัส INK-50– ขึ้นต้น แล้วตามด้วยชื่อย่อของสีหมึก (เข้าใจว่าเลข 50 ที่ว่า อาจหมายถึง 50 มิลลิลิตร ที่เป็นปริมาณหมึกในขวด ส่วนชื่อย่อก็แล้วสี เช่นสีที่มารีวิวนี้เป็น KO) พร้อมบาร์โค้ด ส่วนตัวเลข 1500 ในกรอบสี่เหลี่ยม คือราคาหมึกที่ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 8% มีหน่วยเป็นเยน (ดังนั้นหมึกขวดนี้จึงอยู่ที่ขวดละ 1,500 เยน หรือประมาณ 440 บาท เป็นราคาไม่รวมภาษี)

ด้านหลังของกล่องใส่ขวดหมึก
ด้านหลังของกล่องใส่ขวดหมึก

ตัวกล่องภายในไม่มีอะไรมาก เปิดฝาออกมา แล้วเปิดฝาที่ซ้อนอยู่อีกทีหนึ่ง เท่านั้นก็เรียบร้อย ดึงออกจากกล่องมาใช้ได้เลยไม่มีลูกเล่นอะไรหวือหวาแม้แต่น้อย

ขวดหมึก Iroshizuku Kon-Peki

สำหรับขวดหมึกรุ่นนี้ บริษัทระบุว่าขึ้นรูปทรงและเป่าแก้วโดยช่างผู้ชำนาญ จึงเป็นงานทำมือ (handmade) ทั้งหมด มีความสวยงามเหมือนขวดน้ำหอมชั้นดีราคาแพง

ขวดหมึก
ขวดหมึก

ลักษณะขวดเป็นทรงวงรี ด้านในที่เป็นที่บรรจุหมึก ถูกออกแบบมาให้มีหลุมอยู่ เพื่อที่จะได้ใส่ปากกาแล้วดูดหมึกออกมาได้มากสุด มองเห็นได้จากด้านหน้าโดยจะอยู่ตรงด้านล่างของฉลาก

ทดสอบเขียน

ในการทดสอบหมึกครั้งนี้ ทีมงานเติมหมึกดังกล่าวใช้กับปากกา Pilot Vanishing Point/Capless Gold-Black ขนาดเส้นหัวปากกา M (FC-15SRB-M) และใช้กระดาษยี่ห้อ Quality ขนาด A4 ที่ความหนา 80 แกรม (gsm)

ตัวอย่างหมึก
ตัวอย่างหมึก (สีเข้มขึ้นกว่าปกติ)

ตัวหมึกก็สีตามชื่อครับ คือเป็นสีฟ้าเข้มแล้วมีเขียวจางๆ แทรกอยู่ สีตอนหมึกหลังจากแห้งแล้วจะอ่อนลงเล็กน้อย กลายมาเป็นสีฟ้าที่กำลังสวยงามอย่างยิ่ง สมกับค่าตัว หมึกเองไหลได้ดีมาก แต่ติดไปทางค่อนข้างเปียก (wet) มากกว่าปกติ ทีมงานทดสอบแล้วขนาดรอถึง 5 วินาที ก็ยังคงไม่แห้งทั้งหมด ใครก็ตามที่ชอบใช้หมึกรุ่นนี้ ทางทีมงานแนะนำให้แก้ปัญหาด้วยการใช้หัวหมึกที่เล็กลง จะทำให้แห้งได้เร็วกว่านี้ (เวลาเขียนลงกระดาษแล้วจะแห้งไวขึ้นเพราะพื้นที่ของขนาดเส้นที่ลงหมึกไปบนกระดาษนั้นน้อยลง)

อนึ่ง หมึกในคอลเลกชันนี้ไม่ใช่หมึกกันน้ำ ดังนั้นแล้วหมึกที่นำมารีวิวนี้ก็ไม่ใช่หมึกกันน้ำด้วย ทีมงานลองทดสอบหลังจากสแกนตัวอย่างด้านบน (ไม่ได้ถ่ายมา) พบว่าน้ำหมึกละลายหายไปกับน้ำ ดังนั้นถ้าใครคิดจะใช้หมึกนี้กับเอกสารที่ต้องเก็บยาวนานหรืออยู่ในที่ชื้น อาจจะไม่เหมาะสมเท่าใดนัก

ทั้งนี้ ตอนที่ทีมงานกำลังเติมหมึก ทีมงานลองทดสอบดมกลิ่นดูว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง ผลที่ได้คือน้ำหมึกมีกลิ่นเคมีปรากฎอยู่แม้ไม่มากก็ตาม ซึ่งในกรณีนี้ทีมงานขอแนะนำว่า ปากกาบางแบรนด์มีความอ่อนไหวกับน้ำหมึกกับปฏิกริยาเคมี ดังนั้นแล้วหากปากกาหมึกซึมของท่านละเอียดอ่อนมาก ไม่แนะนำให้ใช้หมึกในคอลเลกชันนี้ อย่างไรก็ตามจากรีวิวทั่วโลกกับปากกาทุกแบบ (รวมถึงแบรนด์ดังอย่าง Montblanc) ก็ไม่พบปัญหาตอนใช้งานกับหมึกคอลเลกชันนี้แต่ประการใด

ขนาดและแหล่งที่ซื้อ

คอลเลกชันของหมึกปากกาหมึกซึมจาก Pilot ชุดนี้ มีวางจำหน่ายอยู่ 2 แบบด้วยกัน และมีราคาจำหน่ายที่แตกต่างกัน ดังต่อไปนี้

  • แบบมาตรฐาน (50 มล. ที่ใช้ในรีวิวนี้) มีราคาจำหน่ายที่ญี่ปุ่นอยู่ที่ 1,500 เยน (ประมาณ 430 บาท) ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 8% ราคาเมื่อรวมภาษีสุทธิจะออกมาอยู่ที่ 1,620 บาท (ประมาณ 470 บาท) ทั้งนี้ ประเทศญี่ปุ่นมีการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับนักท่องเที่ยวเมื่อซื้อสินค้าต่อใบเสร็จเกิน 5,000 เยนขึ้นไป ดังนั้นถ้าคิดในสมการนี้ หนทางที่จะซื้อหมึกได้ราคาถูกที่สุด คือการซื้อ 4 ขวดขึ้นไป (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่)
  • แบบชุด 3 ขวดเล็ก (15 มล.) เป็นแบบพิเศษที่ออกมาใหม่ในภายหลัง จำหน่ายทีละ 3 ขวด ใส่กล่องแบบพิเศษรวมกัน โดยถือเป็นแบบที่มีความคุ้มค่าในกรณีคนที่ชอบเปลี่ยนหมึกบ่อยๆ สามารถเลือกสีเองได้ตามต้องการ มีราคาอยู่ที่ 2,100 เยน (ประมาณ 600 บาท) ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 8% เช่นกัน ราคารวมภาษีแล้ว สุทธิจะอยู่ที่ 2,268 เยน (ประมาณ 660 บาท) ถือว่าถ้าเทียบระดับมิลลิลิตรแล้ว มีราคาแพงกว่า (45 มล. กับ 50 มล.)
ขวดหมึกขนาดเล็ก (ชุด 3 ขวด)
ขวดหมึกขนาดเล็ก (ชุด 3 ขวด)

ข่าวร้ายประการหนึ่งคือ หมึกชนิดนี้ไม่มีการนำเข้าไทยอย่างเป็นทางการผ่านบริษัท ไพล็อต เพ็น (ประเทศไทย) จำกัด ดังนั้นหากไม่อาศัยการสั่งจากต่างประเทศ ก็ต้องสั่งจากผู้ขายในตลาดรองที่ราคาอาจจะสูงกว่าราคาจำหน่ายในญี่ปุ่น ทีมงานสำรวจแล้วพบว่าราคาโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 700 บาทต่อขวด ในกรณีของหมึกขวดเล็กที่มีการแยกจำหน่าย ราคาต่อขวดจะแพงมากกว่านี้

ถ้าหากเจ้าหน้าที่หรือพนักงานของบริษัท ไพล็อต เพ็น (ประเทศไทย) จำกัด กำลังอ่านโพสต์นี้อยู่ ทีมงานคิดว่าน่าจะเป็นโอกาสอันดีที่บริษัทจะนำหมึกรุ่นนี้เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ควบคู่กับหมึกที่มีอยู่ในปัจจุบัน

สรุป

ทีมงานไรท์ติ้งอินไทย สามารถกล่าวได้ว่านี่เป็นหมึกอีกตัวที่น่าประทับใจอย่างยิ่งในการใช้งาน โดยเฉพาะเรื่องของสีที่สวยงามในการเขียนเป็นอย่างยิ่ง

อย่างไรก็ตาม คุณสมบัติของหมึกที่ไม่กันน้ำ รวมถึงแห้งช้ากว่าปกติ เป็นข้อด้อยของหมึกตัวนี้ และตอนเติมทีมงานก็พบว่ามีกลิ่นเคมีลอยขึ้นมา ผิดกับหมึกของยี่ห้ออื่นที่ทีมงานมีอยู่ ทำให้สงสัยว่าอาจมีสารเคมีบางอย่างอยู่ภายใน และมีผลกระทบต่อการใช้ในระยะยาวหรือไม่ แต่จากเท่าที่ดู ก็ไม่มีรายงานปัญหาแต่อย่างใด

หมึก Iroshizuku Kon-Peki ตัวนี้ เหมาะที่จะเป็นหมึกไว้สำหรับเขียนเล่นหรือจดบันทึกเร็วๆ ที่ไม่ใช่งานซีเรียสหรือจริงจัง เพราะถ้าหากเป็นการลงนามในเอกสารทางการ หรือเป็นการจดบันทึกที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงบันทึกอะไรได้ หมึกตัวนี้ไม่น่าจะมีทางตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างแน่นอน แต่ถ้าต้องการหมึกสำหรับปากกาที่เขียนแล้วดูดี ดูสวย สมกับเป็นหมึกที่มีราคาสูงและเขียนได้ดี หมึกตัวนี้ตอบโจทย์อย่างแน่นอน

ข้อดีข้อเสีย
หมึกมีสีสวยงามแห้งช้ากว่าหมึกปกติทั่วไป
บรรจุภัณฑ์สวยงามไม่กันน้ำ และมีกลิ่นสารเคมีบางๆ ปรากฎอยู่
เขียนได้ลื่น หมึกไม่หนืดไม่มีวางจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการ

วิดีโอรีวิว

สรุปรีวิว

Iroshizuku Kon-Peki

ความเห็นภาพรวม

เป็นหมึกที่ให้สีสวยจนน่าประทับใจ ไม่แพงมากเมื่อเทียบกับหมึกของค่ายอื่น แต่ไม่กันน้ำ แห้งช้า ได้กลิ่นของสารเคมีนิดหน่อยระหว่างเติมหมึก
Patranun Thaniyavarn Limudompornhttps://www.patranun.com/
เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา คนเดินดิน เรียนจบรัฐศาสตร์ ชอบปากกามาตั้งแต่เด็กๆ แต่ไม่ค่อยได้บอกให้ใครรู้ เริ่มใช้ปากกาหมึกซึมมาตั้งแต่ระดับประถม และใช้ปากกาลูกลื่น Montblanc Generation เป็นปากกาประจำตัว เลิกใช้ปากกาหมึกซึมไประยะหนึ่งก่อนกลับมาใช้ใหม่เพราะเพื่อนฝูงชักชวน แต่ก็ยังวนเวียนกับปากการะดับพรีเมียมเช่นเคย

ติดตามเราบน Facebook

เนื้อหายอดนิยม

รีวิว Mahasamud สมุดจดสำหรับคนรักปากกาหมึกซึม

ไรท์ติ้งอินไทย รีวิว Mahasamud สมุดจดสำหรับคนที่ชื่นชอบปากกาหมึกซึม ผลิตโดยเจ้าของเพจปากกาหมึกซึมสยาม เพื่อแฟนานุแฟนของปากกาหมึกซึมโดยเฉพาะ

รีวิว ปากกาหมึกเจลมูจิ (MUJI Gel Pen) ของดีที่ซื้อให้ก็ได้ ใช้เองก็ดี

ไรท์ติ้งอินไทย พาท่านพบกับ รีวิวเครื่องเขียน ที่ครั้งนี้เป็น ปากกาหมึกเจลมูจิ (MUJI Gel Ink Pen) ยอดนิยม ที่เขียนได้ดี ใช้ง่าย ใช้เองก็ได้ ให้คนอื่นก็ดี

4 ร้านเครื่องเขียนแห่ง “สามย่านมิตรทาวน์” ที่ไม่ควรพลาด

สามย่านมิตรทาวน์ (Samyan Mitrtown) จุดนัดพบแห่งใหม่เปิดตัวแล้ว ไรท์ติ้งอินไทยขอแนะนำ 4 ร้านเครื่องเขียนที่ตั้งอยู่ในห้าง สำหรับผู้ชื่นชอบที่ไม่ควรพลาด

5 เหตุผลที่คุณควรใช้ “ปากกาหมึกซึม”

ไรท์ติ้งอินไทย ขอเสนอ 5 เหตุผลที่คุณควรใช้ปากกาหมึกซึม เป็นหนึ่งในเครื่องเขียนหลักในชีวิตประจำวัน นอกเหนือไปจากปากการูปแบบที่คุณคุ้นเคย

LAMY studio glacier รุ่นพิเศษประจำปีนี้ เปิดตัวแล้ว เริ่มต้น 1,600 บาท

LAMY เปิดตัว studio glacier Special Edition รุ่นสีประจำปี 2020 ใช้สีน้ำเงินเจือเทาเป็นหลัก มีทั้งปากกาลูกลื่น ปากกาหมึกซึม และโรลเลอร์บอล เริ่มต้น 1,600 บาท

บทความที่เกี่ยวข้อง