7 กรกฎาคม 2020
รีวิว รีวิว LAMY 2000 ปากกาหมึกซึม ดีไซน์คลาสสิค ข้ามกาลเวลา

รีวิว LAMY 2000 ปากกาหมึกซึม ดีไซน์คลาสสิค ข้ามกาลเวลา

หนึ่งในปากกาที่มีชื่อเสียงด้านการออกแบบที่สุดของลามี่ ผลิตมาร่วม 50 ปี และยังคงขายต่อเนื่องถึงปัจจุบัน ดีไซน์ไม่เคยตกยุคสมัย

คนที่ชอบเครื่องเขียน คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักปากกายี่ห้อลามี่ ซึ่งเป็นยี่ห้อดังในบ้านเรา โดยเฉพาะปากกาหมึกซึมอย่าง LAMY Safari ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มคนรุ่นใหม่ อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์ที่สร้างชื่อให้กับ บริษัทในเวทีนานาชาติไม่ใช่รุ่นนี้ แต่เป็น LAMY 2000 ที่เป็นปากกายอดฮิต และได้รับการยอมรับในเรื่องของการออกแบบอย่างยิ่ง

ไรท์ติ้งอินไทย จึงไม่พลาดที่จะเขียนรีวิวปากการุ่นนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรูปแบบของปากกาหมึกซึมที่ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานหลายทศวรรษจากผู้คนทั่วโลก และนี่คือรีวิวครับ

Lamy 2000 Makrolon
Lamy 2000 Makrolon

รู้จักกับ LAMY 2000

Lamy หรือชื่อทางการคือ C. Josef Lamy GmbH เป็นบริษัทปากกาเยอรมนี ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1930 โดย C.Josef Lamy ที่เคยทำงานเป็นผู้จัดการสาขาเยอรมนีของ Parker บริษัทปากกาชื่อดังของอเมริกา ขายปากกาในแบรนด์ ORTHOS และ ARTUS มาก่อน จากนั้นในปี ค.ศ. 1948 จึงเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็นปัจจุบัน และเริ่มจำหน่ายปากกาในชื่อตัวเอง ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1952

ส่วน LAMY 2000 เป็นปากกาเรือธงของบริษัท (flagship) จำหน่ายครั้งแรกในปี ค.ศ. 1966 และเป็นปากการุ่นแรกที่บริษัทใช้นักออกแบบชาวเยอรมันมาออกแบบปากกาให้ (ช่วงหลัง ลามี่ ยึดแนวทางนี้หมด) ออกแบบโดย Gerd A. Muller นักออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เน้นหลักการ “รูปแบบมาทีหลังการทำงาน” (form follow functions) ซึ่งได้มาจาก Bauhaus สำนักการออกแบบและดีไซน์ของเยอรมนีในช่วงปี ค.ศ. 1919 ถึง 1933

การเปลี่ยนแปลงแนวทางการออกแบบนี้มาจาก Manfred Lamy ผู้เป็นลูกชาย ที่ขึ้นมาดำรงตำแหน่งบริหารในฝ่ายการตลาดเมื่อปี ค.ศ.1962 โดยมีการเล่ากันอย่างไม่เป็นทางการว่า Manfred มองเห็นว่าปากการุ่นนี้จะขายได้ถึงแค่เพียงปี 2000 เท่านั้น แต่จนปัจจุบันนี้บริษัทก็ยังวางขายอยู่ และกวาดรางวัลออกแบบมาแล้วทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น Reddot Award หรือ iF Design

LAMY 2000 มีอยู่หลายแบบให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นแบบปากกาโรลเลอร์บอล ปากกาหลายระบบ (มีหลายสีให้เขียน) ปากกาลูกลื่น ดินสอกด และที่จะมารีวิววันนี้คือปากกาหมึกซึม ส่วนวัสดุนั้นก็มีทั้งไม้ โลหะ และพลาสติกพิเศษสีดำที่เรียกว่า Makrolon (และเป็นรุ่นยืนพื้นของทุกแบบ)

คุณสมบัติของ LAMY 2000

Lamy 2000 Makrolon บนกระดาษ

ความยาว (เมื่อปิดปลอก): 14 ซม.

ความยาว (เมื่อไม่มีปลอก): 12.5 ซม.

ความยาว (เมื่อสวมปลอกด้านหลัง หรือ posted): 15.4 ซม.

น้ำหนักปากกา: 25 กรัม

น้ำหนักปากกา (ไม่รวมปลอก): 15 กรัม

ความจุของหมึก: 1.35 มล.

(ข้อมูลจากเว็บไซต์ของบริษัท)

เมื่อเทียบกับปากกา Jinhao 950 ที่เคยรีวิวกันไปก่อนแล้ว LAMY 2000 มีขนาดที่เบากว่าอย่างเห็นได้ชัดเจน เรียกว่าเบากว่าครึ่ง ทำให้การใช้งานทั่วไปสามารถใช้งานได้ดี ไม่หนักมากจนเกินไป และสามารถเสียบปลอกปากกาด้านหลังได้

สำหรับรุ่นปากกาหมึกซึมจะมาพร้อมกับหัวปากกาแบบกึ่งถูกครอบ (semi-hooded nib) ที่ใช้ทองคำ 14k เคลือบแพลตินัม และเป็นปากการุ่นเดียวของบริษัทที่ใช้ระบบเติมหมึกเป็น Piston-filler (ตัวด้ามมีที่สูบหมึกในตัว) จึงใช้ได้เฉพาะหมึกขวดอย่างเดียวเท่านั้น มีรุ่นที่ใช้วัสดุเป็น Makrolon ที่เป็นพลาสติกเสริม Fiber glass (รีวิวตัวนี้) สีดำ และเหล็กกล้าไร้สนิท (Stainless Steel)

หัวปากกาหมึกซึมมีหลายขนาด ตั้งแต่ EF (Extra Fine), F (Fine), Medium (M), Broad (B), Extra Broad (BB), Oblique Media (OM, หัวตัดขนาดกลาง), Oblique Broad (OB, หัวตัดขนาดใหญ่) และ Oblique Extra Broad (OBB, หัวตัดขนาดใหญ่พิเศษ)

ราคาจำหน่ายแบบปากกาหมึกซึมในบ้านเราสำหรับรุ่นปกติอยู่ที่ 5,600 บาท และรุ่นเหล็กกล้าไร้สนิมอยู่ที่ประมาณ 13,800 บาท ยังไม่รวมส่วนลดอื่นครับ

บรรจุภัณฑ์

สำหรับกล่องและบรรจุภัณฑ์ของ LAMY 2000 แตกต่างจากลามี่รุ่นยอดนิยมอย่าง LAMY Safari ถึงแม้จะใช้กระดาษเหมือนเดิม แต่ก็หนาขึ้น และด้านในบุด้วยผ้าอีกชั้นหนึ่งด้วย

กล่องภายนอกของ Lamy 2000
กล่องของ Lamy 2000
กล่อง

ด้านในกล่องบรรจุเอกสารแนะนำผลิตภัณฑ์และใบรับประกัน ตัวปากกาจะถูกบรรจุมาในซองพลาสติก

บรรจุภัณฑ์ดูจะไม่สมกับราคาค่าตัวนัก แต่ก็ไม่ได้แย่ และสะท้อนแนวคิด form follow functions อยู่เสมอ

ลักษณะภายนอกและหัวปากกา

LAMY 2000 มาในสีดำสนิทตัดกับเหล็กกล้าไร้สนิมสีเงิน ใช้วัสดุเป็นพลาสติกผสม Fiber glass อย่างดี จับแล้วรู้สึกดีมาก ไม่ยาวและไม่สั้นจนเกินไป ส่วนการออกแบบก็ต้องบอกว่ายังดูโฉบเฉี่ยว ไม่เก่า ทั้งที่ปากกานี้ถูกออกแบบมาตั้งแต่ 50 ปีที่แล้ว และลวดลายที่อยู่บนตัวปากกาก็มีความต่อเนื่อง

โลโก้ของลามี่ไม่ปรากฎที่ไหนเลยบนตัวปากกา ยกเว้นที่แหนบ ซึ่งก็ไม่ใช่โลโก้บริษัทที่เห็นกันในรุ่นอื่น แต่เป็นการสลักคำว่า LAMY ลงไป ตัวแหนบแข็งแรงมากเพราะใช้วัสดุเป็นเหล็กกล้าไร้สนิม และสามารถโยกขึ้นลงได้จากการติดตั้งสปริงภายใน ทำให้มีความยืดหยุ่นระดับหนึ่ง

ด้านท้ายของปากกาไม่มีอะไรเลยหากดูจากตาเปล่า แต่อันที่จริงแล้วเป็นที่หมุนสำหรับก้านหมึกสูบภายใน (piston knob) สำหรับการดูดหมึกออกมาจากขวดสู่ตัวปากกา

หัวปากกาหมึกซึม (ครั้งนี้เราใช้ขนาด M) เป็นแบบ semi-hooded nib กล่าวคือตัวหัวปากกาบางส่วนถูกครอบเอาไว้จากตัวด้ามปากกาภายในนั่นเอง ดังนั้นถ้าคิดว่าจะซื้อปากกานี้มาเพื่อใช้งานแบบ semi-flex หรือหัวกึ่งยืดหยุ่น ถือว่ายากครับ

ถ้าสังเกตดีๆ แม้ตัวปากกาจะเรียบเนียนเสมอกันไปหมด (อาจจะยกเว้นตรงส่วนรอยต่อตรงที่จับก่อนถึงหัวปากกา) แต่จะมีลิ้นโลหะเล็กๆ สำหรับใช้ยึดปลอกปากกาอยู่ คนที่จับโดนตรงนั้นอาจจะรู้สึกรำคาญได้

ทดลองเขียนจริง

สำหรับการทดสอบนี้ ทีมงานใช้หมึก Montblanc Irish Green ที่เพิ่งรีวิวไป ส่วนกระดาษก็ยังคงเป็นสมุดจดของ LINE ที่เป็นตารางเช่นเดิมครับ

สำหรับประสบการณ์ในการเขียน ต้องบอกว่าปากกาลื่นมาก ลื่นจนน่าตกใจ เขียนได้ดีมาก อย่างไรก็ตามหัวปากกากลับมีช่วงเขียนที่แคบ (sweet spot/writing spot) เพราะถ้าหมุนปากกาไปนิดเดียวหรือเปลี่ยนทิศทางเพียงนิดเดียว จะเกิดอาการเส้นขาดทันที และตามมาด้วยอาการกัดกระดาษ (scratchy) ทำให้ต้องใช้แรงกดมากขึ้น (เป็นสิ่งต้องห้าม เพราะหัวปากกาอาจบิ่นและเบี้ยวได้)

จากการส่องไปดูของทีมงาน ก็พบว่าหัวปากกานั้นไม่ได้กลมเหมือนหัวปากกาอื่นๆ แต่มีลักษณะออกไปทางแนวสี่เหลี่ยมอยู่นิดๆ ทำให้มีลักษณะคล้ายกับปากกาหัวตัดมากพอสมควร ดังนั้นต้องฝึกการใช้ปากกาตัวนี้ให้ดี เพราะถ้าพลิกหรือเปลี่ยนทิศทางการจับ ก็จะเขียนไม่ดี เขียนไม่ออก เป็นปากกาที่ไม่ตามใจคนเขียนเท่าใดนัก

เรื่องของความยืดหยุ่น (flexibility) ของหัวปากกาถือว่าทำได้แย่ แต่นั่นก็เพราะลักษณะการออกแบบที่เป็น semi-hooded nib ด้วย ทำให้ไม่สามารถยืดหยุ่นได้มากเท่าที่ควร และทำให้ไม่เห็นความแตกต่างของตัวเส้น (line variation) ที่ชัดเจนนัก

ตัวอย่างเขียน (writing sample)
ตัวอย่างเขียน (writing sample)

น้ำหมึกที่ออกมาเป็นไปตามสไตล์ของ LAMY ที่จะออกมาเยอะกว่ายี่ห้ออื่นๆ เล็กน้อย ติดไปทางเปียก (wet) เขียนสนุกและไหลลื่นได้ดี ทั้งนี้ทีมงานพบว่าหากใช้ปากกานี้กับหมึกจำพวกถาวร (permanent) หมึกจะไหลออกมาไม่ดีเท่าใช้กับหมึกปกติ และมีปัญหาหมึกล้นออกมาที่หัว (nib creep) หากใช้กับหมึกของ Noodler’s ครับ

สรุป

ปากกาหมึกซึม LAMY 2000 ที่นำมารีวิวในครั้งนี้ นับว่าเป็นหนึ่งในปากกาที่เป็นเอกลักษณ์ (iconic design) ในการออกแบบร่วมยุคสมัยและเป็นปากกาที่ดูไม่เก่าเลย สำหรับวัสดุ น้ำหนัก และการจับ ถือว่าถนัดมือเป็นอย่างมาก และยังเก็บหมึกเอาไว้ได้เยอะมากกว่าปกติด้วยจากการใช้กลไก piston filler

ข้อเสียของปากกาด้ามนี้คงเป็นเรื่องของหัวปากกาที่มีช่วงเขียนที่ค่อนข้างแคบ ขยับนิดเดียวก็เขียนไม่ออกแล้ว และถ้าใช้กับหมึกบางประเภท จะทำให้มีปัญหาเขียนไม่ออกผสมโรงกันหนักเข้าไปอีก นอกจากนั้นแล้วตัวลิ้นที่ยึดกับปลอกปากกาไว้ หากจับโดนก็อาจสร้างความรำคาญขณะเขียนได้เช่นกัน

ด้วยราคาค่าตัวที่ 5,600 บาทไม่รวมส่วนลด (ปกติจะลดที่ประมาณ 15% เหลือ 4,760 บาท ยกเว้นจะเจอโปรโมชั่นลดพิเศษ) ทีมงานไรท์ติ้งอินไทยคิดว่าการซื้อปากกาด้ามนี้มือหนึ่ง เป็นอะไรที่หาเหตุผลได้ยากมาก ราคาที่ควรจะเป็นควรอยู่ที่แถวประมาณ 4,000 บาท ไม่เกิน 4,200 บาทเท่านั้น และถ้าหาราคามือสองได้ถูกกว่านี้ (ในตลาดโลกตกที่ประมาณ 3,500 บาท) ก็ถือว่าสมเหตุสมผลครับ

หมายเหตุ ทีมงานไรท์ติ้งอินไทยจะไม่แนะนำให้ท่านซื้อปากกาของ LAMY ใดๆ ในช่วงระหว่างต้นเดือนเมษายน พ.ศ.2561 นี้ เนื่องจากยังไม่ได้รับความชัดเจนจากการเปลี่ยนแปลงผู้จัดจำหน่าย ทำให้เรื่องของประกันมีความเสี่ยงที่จะไม่สมบูรณ์ แนะนำให้รอการประกาศจากทาง LAMY อีกครั้งหนึ่งสำหรับผู้นำเข้ารายใหม่ LAMY แจ้งกับทางเว็บว่า ตัวแทนจำหน่ายรายใหม่จะเป็น DKSH ตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2561 เป็นต้นไป

ข้อดีข้อเสีย
วัสดุให้สัมผัสที่ดีเกินกว่าที่คาดการเขียนแม้จะลื่น แต่ถ้าไม่ได้องศาที่พอดีกับช่วงเขียนของปากกา จะเขียนไม่ออก
เขียนลื่นไหลมากถ้าใช้กับหมึกบางปากกาบางประเภท อาการเขียนไม่ค่อยออกจะแสดงชัดเจนมากขึ้นกว่าเดิม
น้ำหนักกำลังดีตัวลิ้นยึดปลอกปากกา อาจสร้างความรำคาญให้กับผู้ใช้ที่จับโดนบริเวณนั้น
 ราคาที่สูงไปสักนิด ถ้าไม่ได้มีส่วนลดใดๆ

สรุปรีวิว

LAMY 2000

ความเห็นภาพรวม

เป็นปากกาที่เขียนได้ดี ลื่นมาก ดีไซน์ยังคงคลาสสิคและสวย แต่เมื่อเทียบกับราคาปกติยังถือว่าสูงไป และหัวปากกาถ้าไม่ได้องศาจะเขียนไม่ออก รวมถึงมีปัญหากับหมึกบางตัว
Patranun Thaniyavarn Limudompornhttps://www.patranun.com/
เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา คนเดินดิน เรียนจบรัฐศาสตร์ ชอบปากกามาตั้งแต่เด็กๆ แต่ไม่ค่อยได้บอกให้ใครรู้ เริ่มใช้ปากกาหมึกซึมมาตั้งแต่ระดับประถม และใช้ปากกาลูกลื่น Montblanc Generation เป็นปากกาประจำตัว เลิกใช้ปากกาหมึกซึมไประยะหนึ่งก่อนกลับมาใช้ใหม่เพราะเพื่อนฝูงชักชวน แต่ก็ยังวนเวียนกับปากการะดับพรีเมียมเช่นเคย

ติดตามเราบน Facebook

เนื้อหายอดนิยม

รีวิว Mahasamud สมุดจดสำหรับคนรักปากกาหมึกซึม

ไรท์ติ้งอินไทย รีวิว Mahasamud สมุดจดสำหรับคนที่ชื่นชอบปากกาหมึกซึม ผลิตโดยเจ้าของเพจปากกาหมึกซึมสยาม เพื่อแฟนานุแฟนของปากกาหมึกซึมโดยเฉพาะ

รีวิว ปากกาหมึกเจลมูจิ (MUJI Gel Pen) ของดีที่ซื้อให้ก็ได้ ใช้เองก็ดี

ไรท์ติ้งอินไทย พาท่านพบกับ รีวิวเครื่องเขียน ที่ครั้งนี้เป็น ปากกาหมึกเจลมูจิ (MUJI Gel Ink Pen) ยอดนิยม ที่เขียนได้ดี ใช้ง่าย ใช้เองก็ได้ ให้คนอื่นก็ดี

4 ร้านเครื่องเขียนแห่ง “สามย่านมิตรทาวน์” ที่ไม่ควรพลาด

สามย่านมิตรทาวน์ (Samyan Mitrtown) จุดนัดพบแห่งใหม่เปิดตัวแล้ว ไรท์ติ้งอินไทยขอแนะนำ 4 ร้านเครื่องเขียนที่ตั้งอยู่ในห้าง สำหรับผู้ชื่นชอบที่ไม่ควรพลาด

5 เหตุผลที่คุณควรใช้ “ปากกาหมึกซึม”

ไรท์ติ้งอินไทย ขอเสนอ 5 เหตุผลที่คุณควรใช้ปากกาหมึกซึม เป็นหนึ่งในเครื่องเขียนหลักในชีวิตประจำวัน นอกเหนือไปจากปากการูปแบบที่คุณคุ้นเคย

LAMY studio glacier รุ่นพิเศษประจำปีนี้ เปิดตัวแล้ว เริ่มต้น 1,600 บาท

LAMY เปิดตัว studio glacier Special Edition รุ่นสีประจำปี 2020 ใช้สีน้ำเงินเจือเทาเป็นหลัก มีทั้งปากกาลูกลื่น ปากกาหมึกซึม และโรลเลอร์บอล เริ่มต้น 1,600 บาท

บทความที่เกี่ยวข้อง