ช่วงที่ผ่านมา ไรท์ติ้งอินไทย รีวิวปากกาหมึกซึมไปเยอะมาก และส่วนมากแล้วถ้าไม่ใช่ระดับที่แพงมากและอยู่บนสุดของตลาดไปเลย ก็จะเป็นโซนระดับล่างไปเลย มาวันนี้เราจึงขอรีวิวสินค้าที่จับตลาดระดับกลางอย่าง Pelikan Twist ซึ่งในบ้านเรานำเข้ามาวางจำหน่ายได้ระยะหนึ่งแล้ว

และนี่คือรีวิวของปากการุ่นนี้ ที่ออกมาทำตลาดเพื่อให้มือใหม่หัดเขียนปากกาหมึกซึมได้ทดลองใช้งานกัน แต่คนที่เป็นมือเก๋าก็สามารถใช้เขียนได้ดีครับ

Pelikan Twist
Pelikan Twist

ทำความรู้จักกับปากกา Pelikan Twist

โลโก้ของรุ่น Twist (ภาพจากบริษัท)

ผู้อ่านหลายท่านอาจคุ้นเคยกับ Pelikan ผู้ผลิตเครื่องเขียนจากประเทศเยอรมนี ในฐานะผู้ผลิตปากกาที่มีชื่อเสียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มของปากกาหมึกซึมที่มักจะมีชื่อเสียงระดับโลกในอันดับต้นๆ ตัวอย่างเช่น M200 Smoky Quartz ที่เป็นปากการุ่นพิเศษ ซึ่งมีประสิทธิภาพในการเขียนที่น่าประทับใจเป็นอย่างมาก

Pelikan ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ส. 1838 โดยเริ่มผลิตหมึกก่อน จากนั้นในปี ค.ศ. 1929 จึงเริ่มผลิตปากกาหมึกซึมแบบ piston-filling จากสิทธิบัตรที่บริษัทไปซื้อมาจากชาวฮังกาเรียน และก็เริ่มต้นผลิตปากกาหมึกซึมมาตั้งแต่บัดนั้น

ตราสัญลักษณ์ของบริษัท (ภาพจากบริษัท)
ตราสัญลักษณ์ของบริษัท (ภาพจากบริษัท)

นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์สายที่สร้างชื่อให้กับบริษัท อย่างเช่นปากกาตระกูล Elegance และ Luxury อย่าง M (Souverän และ Classic) แล้ว บริษัทเองก็มีผลิตภัณฑ์อื่นๆ ด้วย (ส่วนหนึ่งได้มาจากการเข้าซื้อกิจการของ Herlitz AG เมื่อปี ค.ศ. 2010) โดยสำหรับปากกาหมึกซึมเอง บริษัทยังมีผลิตภัณฑ์จำนวนมาก และหนึ่งในนั้นคือ Pelikan Twist นั่นเอง

Twist รุ่นสี Pure Gold (ภาพจากบริษัท)

Twist เป็นปากกาที่จับตลาดทั่วไป (บริษัทเรียกผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ว่า School, Art & Craft, and Office) แบ่งออกเป็นสองรูปแบบการเขียน คือปากกาหมึกซึม (ที่จะใช้ในรีวิวนี้) และ โรลเลอร์บอล ซึ่งเป็นผลิตอีกตัวครับ มีหลากสีสันให้เลือก เน้นไปจับตลาดของเด็กๆ หรือผู้ที่หัดเริ่มต้นใช้ปากกาเป็นหลักครับ (ในกรณีนี้คือปากกาหมึกซึม)

Twist รุ่นธรรมดา (ภาพจากบริษัท)

ปากการุ่นนี้มีรุ่นย่อยด้วยกัน 3 รุ่น รุ่นแรกคือรุ่นธรรมดา ที่จะเป็นสีเรียบๆ ดูสดใส ตัวจับ (section) สีจะตัดกับสีตัวด้าม รุ่นที่สองคือ Color Edition ที่สีสันจะเข้มขึ้นมาอีกระดับ โดยในปัจจุบันมีเฉพาะสีน้ำเงินเข้ม กับสีชมพูเข้ม (magenta) และรุ่นสุดท้ายคือ Classy Neutrals ที่เป็นสีเงาโลหะสวยงาม ดูมีระดับ (classy) สมตามชื่อ

จุดเด่นของปากกาทั้งสองรูปแบบการเขียน คือการออกแบบมาให้ใช้ได้ทั้งมือซ้ายและมือขวาด ดังนั้นแล้วจึงไม่มีปัญหากับคนที่ถนัดมือข้างใดข้างหนึ่ง และนั่นทำให้การออกแบบจึงดูเหมือนถูก “บิด” (twist) อันเป็นที่มาของชื่อนั่นเอง

ภาพที่บริษัทใช้ในการโฆษณา (ที่มา – บริษัท)

ด้วยตลาดที่โฟกัสมาเป็นพิเศษยังกลุ่มวัยรุ่น และสีสันของปากการุ่นนี้โดยปกติที่สดใส ภาพลักษณ์ของการทำตลาดจึงออกมาเป็นปากกาสำหรับวัยรุ่นมากกว่า จะสังเกตได้จากภาพโฆษณาที่เน้นไปยังนักเรียน ซึ่งเริ่มหัดใช้ปากกาหมึกซึมหรือปากกาในการเขียนครับ (ลองดูเว็บไซต์ผลิตภัณฑ์ได้ เน้นความสดใสมาก)

แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า ปากการุ่นนี้คนที่มีอายุหรือคนที่ใช้ปากกามาระยะหนึ่งแล้วจะใช้ไม่ได้นะครับ เพราะบริษัทเองก็ออกสีของปากกาที่ดูคลาสสิก และมีระดับ อย่างเช่นสี Bronze ที่เรานำมารีวิวให้ท่านผู้อ่านได้อ่านกันนั่นเองครับ

ข้อมูลจำเพาะของปากกา (specification)

  • รหัสผลิตภัณฑ์: 801201
  • สี: Bronze
  • วัสดุที่ใช้ในการผลิต: พลาสติก
  • เส้นผ่าศูนย์กลาง: 14.3 มม. (บริเวณที่จับ), 18 มม. (ตัวด้าม)
  • กลไกในการใส่หมึก: Standard International Cartridge/Converter
  • ความยาว: 13.8 ซม.
  • หัวปากกา: เหล็กกล้าไร้สนิม ขนาดเส้น M (มีขนาดเดียว)
  • น้ำหนัก: 19 กรัม (ไม่มีหมึก)

บรรจุภัณฑ์

สำหรับบรรจุภัณฑ์ของ Pelikan Twist ที่วางจำหน่ายในประเทศไทย (รายละเอียดการวางจำหน่ายอยู่ท้ายรีวิว) ค่อนข้างเป็นบรรจุภัณฑ์ธรรมดา ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ มาในรูปของถุงพลาสติก พร้อมกับกล่องหมึก Pelikan 4001 สี Brilliant Black (ดำ) และ Royal Blue แถมมาให้

ตัวห่อบรรจุภัณฑ์ทั้งหมด

หลอดหมึกที่แถมมาเป็นแบบ Standard International Cartridge ดังนั้นสามารถเอาไปใช้กับปากกาหมึกซึมที่รองรับได้ครับ

หลอดหมึก 4001 สี Royal Blue
หลอดหมึก 4001 สี Brilliant Black

สำหรับตัวปากกา มาในกล่องที่พิมพ์สีโทนเดียวกัน บอกรายละเอียดว่าปากกานี้ใช้ได้ทั้งคนถนัดซ้ายและขาว รวมถึวหัวเขียนเป็นแบบ M ส่วนด้านหลังของกล่องมีการระบุว่าแถมหลอดหมึกแบบยาว (Standard International Cartridge – Long) มาให้ด้วย ซึ่งไม่ค่อยหากันได้ง่ายๆ ในท้องตลาด

ด้านข้างกล่องของปากกาไม่มีการระบุอะไรเพิ่มเติมมาก นอกจากภาพสินค้าและรายละเอียด

พอแกะกล่องออกมา ก็จะเห็นปากกาอยู่ในซองพลาสติกที่คุ้นเคยครับ

ตัวด้ามปากกา

ตัวด้ามปากกาออกแบบมาให้มีลักษณะเป็นสามเหลี่ยมทรงมน แล้วถูกบิดเพื่อสร้างความแตกต่างให้กับตัวปากกา (และแน่นอนว่าย่อมสามารถวางนอนบนโต๊ะได้โดยง่าย) บนตัวด้ามมีการพิมพ์นูนตราสัญลักษณ์ของบริษัทเอาไว้อย่างชัดเจน ด้านหลังมีการพิมพ์บาร์โค้ดและตัวบอกขนาดเส้นเอาไว้

ด้วยการเป็นสามเหลี่ยมมนโค้ง ทำให้ปากกามีลูกเล่นและเอกลักษณ์ที่ดี อย่างไรก็ตามสิ่งที่สามารถสังเกตเห็นได้ชัดเจนคือปากการุ่นนี้ไม่มีคลิปหรือแหนบมาเป็นส่วนหนึ่งของปากกา และนั่นทำให้การพกไปใช้นอกสถานที่ในกระเป๋าเสื้อ เป็นไปไม่ได้เลย

ตราสัญลักษณ์บริษัท บนฝาปลอก

สิ่งที่ทีมงานพบและถือเป็นจุดติข้อแรกของปากกา คือเส้นขนาดยาวที่อยู่ตรงด้านหนึ่งของปากกาตัวด้าม (อยู่ในด้านที่วางลงกับพื้นผิว) เส้นดังกล่าวเกิดจากการฉีดวัสดุเข้าแม่พิมพ์ ซึ่งปากกาเกือบทุกด้าม โดยเฉพาะที่ใช้เทคนิคนี้ จำต้องปรากฎให้เห็นอยู่บ้าง

แต่กับ Pelikan Twist ด้ามนี้ที่ทีมงานซื้อมารีวิว พบว่าเส้นปรากฎอย่างเด่นชัดเจนอยู่ในระดับที่สังเกตเห็นได้ ทีมงานยังตกใจด้วยซ้ำว่าผลิตภัณฑ์เป็นรอยเพราะมีคนไปขูดขีดหรือไม่ จนกระทั่งเมื่อส่องให้ชัดเจน จึงพบว่าเป็นรอยหล่อจากแม่พิมพ์

เรียกได้ว่าเก็บงานไม่เรียบร้อยเลยสำหรับปากการุ่นนี้

รอยหล่อแม่พิมพ์ที่ปรากฎบนตัวด้ามปากกา

ตัวปากกาเมื่อดึงปลอกออก เผยให้เห็นหัวปากกาและบริเวณที่จับ หัวปากกาทำมาจากเหล็กกล้าไร้สนิมที่ค่อนข้างบาง ขนาดเส้น M ไม่มีการประทับตราใดๆ นอกจากขนาดเส้นเท่านั้น

ปากกาสามารถจับได้ทั้งมือซ้ายและมือขวา ลักษณะการจับค่อนข้างบังคับพอสมควร เนื่องจากเป็นปากกาสำหรับคนเริ่มต้นใช้ปากกาหมึกซึม สำหรับโรลเลอร์บอลก็มีลักษณะเช่นนี้เหมือนกัน แต่จับแล้วใช้สบายมากอยู่

จับข้างซ้าย
จับข้างซ้าย
จับข้างขวา
จับข้างขวา

เมื่อหมุนส่วนที่จับออกมาครั้งแรก จะพบกับหลอดหมึก Royal Blue แบบ Standard International Cartridge – Long แถมมาให้อยู่ภายในครับ ขนาดจะยาวเป็นสองเท่าของหลอดหมึกปกติ

เทียบความยาวระหว่างหลอดหมึกแบบปกติ (ล่าง) และแบบยาว (บน)

เมื่อเทียบขนาดกับ Classic M200 Smoky Quartz จะพบว่า Twist ทั้งยาวและใหญ่กว่ามาก จนทำให้ M200 ดูเล็ก กลายเป็นเหมือนปากกาเด็กเล่นไปเลย (ทั้งที่ค่าตัวต่างกันถึง 10 เท่า)

ทดสอบเขียน

ทีมงานทดสอบเขียนบนกระดาษ A4 ไม่ทราบผู้ผลิตที่ความหนา 80 แกรม โดยใช้หมึก Pelikan 4001 Brilliant Black ซึ่งแถมมากับปากกา (และเป็นหมึกสีดำหลักของเราเมื่อใช้ทดสอบ)

ผลการทดสอบครั้งแรก ปรากฎว่าหัวปากกาไม่จ่ายหมึกออกมา แม้จะตั้งคว่ำหัวเขียนทิ้งไว้นานถึง 15 นาที เมื่อทีมงานใช้กล้องส่องที่หัว จึงพบปัญหา 2 ประการ

  1. หัวรางจ่ายหมึก (ink feeder) อยู่ห่างจากแผ่นเหล็กหัวเขียนพอสมควร
  2. หัวปากกาตรงจุดสัมผัสเหลื่อมกัน ไม่อยู่ในระนาบเดียวกัน ด้านซ้ายและขวาไม่ตรงกัน

ทีมงานจึงตัดสินใจทำเรื่องที่เสี่ยงที่สุด คือการล้างปากกาด้วยน้ำเปล่า หลังจากนั้นดึงหัวและรางจ่ายหมึกออกมาเพื่อทำการแก้ไขให้ตรง (ไม่แนะนำให้ทำอย่างยิ่ง สิ่งที่ควรทำจริงๆ คือการส่งผลิตภัณฑ์เข้ารับการบริการ ไม่ก็ขอเปลี่ยนสินค้า) และดัดหัวปากกาให้แนบชิดไปกับรางจ่ายหมึก ซึ่งผลที่ได้หลังจากการแก้ไขทำออกมาได้น่าพอใจ ทีมงานจึงทำการทดสอบต่อ

ทีมงานพบว่าเมื่อปากกาด้ามนี้ใช้เขียนจริง สามารถเขียนได้ลื่นมาก และมีลักษณะเป็นกึ่งหัวตัด (stub-like) เนื่องจากตอนเขียนเส้นในแนวดิ่งมีขนาดเล็ก แต่พอเป็นแนวขวางกลับให้เส้นที่ขนาดใหญ่ เป็นเอกลักษณ์ของปากกาจากค่ายนี้

เรื่องขนาดเส้นต้องบอกว่า Pelikan ทำขนาดเส้นสำหรับปากการุ่นนี้มา “ถูกต้อง” เป็นไปตามมาตรฐานขนาดเส้น Medium อย่างแท้จริง ซึ่งทำให้ทีมงานสงสัยว่า แล้วทำไมในรุ่นรหัส M ซึ่งเป็นตัวสูง บริษัทถึงไม่สามารถควบคุมคุณภาพในเรื่องของเส้นได้อย่างเช่นรุ่นล่างๆ (F เขียนออกมาแทบจะเทียบเท่ากับ M ของหลายเจ้า)

ความยืดหยุ่นของหัวเขียน พบว่าสามารถทำให้ขนาดเส้นกว้างขึ้นได้นิดหน่อยเท่านั้น ต้องใช้แรงเยอะมาก และโอกาสที่หัวปากกาจะพังถาวรก็มีความเป็นไปได้สูง ดังนั้นทีมงานจึงไม่แนะนำให้พยายามกดหัวปากกา เพื่อทำให้ได้ขนาดเส้นที่แตกต่างกันสำหรับปากกาด้ามนี้ (ในกรณีของปากกาหมึกซึม Caran d’Ache 849 ยังมีช่วงที่ดีกว่านี้)

นอกเหนือไปจากนั้น ต้องยอมรับว่าปากกาหมึกซึมรุ่นนี้ ทำหัวเขียนออกมาได้ดีเกินคาด เกินราคาค่าตัวไปไกลมาก เขียนได้ลื่น มีเพียง feedback หรือแรงต้านเบาๆ ระหว่างการเขียนในบางองศาเท่านั้น

เรื่องของการพกใช้งาน เนื่องจากปากการุ่นนี้ไม่มีคลิป การพกออกไปใช้ข้างนอกทางเดียวคือการใส่กระเป๋าหิ้วแล้วเดินออกไปใช้ ซึ่งก็พบว่าทุลักทุเลพอสมควร เนื่องจากด้ามใหญ่เป็นพิเศษ ทำให้กินพื้นที่ในกระเป๋าไปเยอะ เหมาะกับการใช้เป็นปากกาตั้งโต๊ะเขียนมากกว่า

สำหรับคนที่ชอบเสียบปลอกปากกาท้ายด้ามระหว่างเขียน (posting) ปากกาด้ามนี้ไม่ใช่สำหรับท่านอย่างแน่นอน เนื่องจากความแปลกในการออกแบบ ทำให้ปลอกปากกาไม่สามารถเสียบที่ท้ายตัวด้ามได้ครับ

ราคาและสถานที่ซื้อ

ปัจจุบันปากการุ่นนี้สามารถหาซื้อได้ 2 ช่องทาง (ณ วันที่เขียน) ดังนี้

  1. สั่งโดยตรงกับ บริษัท พีลีแกน (ประเทศไทย) จำกัด ที่หมายเลข 0-2445-6535 หรือสั่งผ่านข้อความ (Messenger) ทางหน้า Facebook ของบริษัท @PelikanThailand
  2. สั่งผ่าน Shopat24 แล้วไปรับสินค้าฟรีที่ร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ทุกสาขา

ทีมงานเลือกวิธีสั่งแบบที่ 2 (สะดวกมากกว่า) โดยราคาของปากการุ่นนี้ที่วางจำหน่ายผ่าน Shopat24 อยู่ที่ด้ามละ 450 บาท ซึ่งมีราคาเท่ากับ ปากกาหมึกซึม MUJI และถูกกว่าปากกาหมึกซึมยอดฮิตอย่าง LAMY safari อยู่เล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม ทีมงานไม่ได้รับความชัดเจนในเรื่องการรับประกันของสินค้า ซึ่งถ้าได้ความคืบหน้ามาอย่างไร ทีมงานจะมาอัพเดตให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง

สรุป

โดยภาพรวม ทีมงานมีความประทับใจกับ Pelikan Twist โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับราคาที่จ่ายไปแล้ว ต้องถือว่าอยู่ในระดับที่คุ้มค่า แข่งกับปากกาหมึกซึมราคาหลักพันได้อย่างสบายๆ มาก การออกแบบก็โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ และสี Bronze ที่ได้มาก็ไม่ใช่สีทองที่ดูโดดเด่น แต่ยังมีความหรูหราซ่อนอยู่ นับว่าโอเคทีเดียว

จุดที่กลายมาเป็นข้อเสียอย่างมากของปากกาที่ได้มารีวิวนี้ คือการผลิตที่เก็บรอยหล่อไม่เรียบร้อย มากกว่านั้นคือหัวปากกาที่ใช้ไม่ได้ตั้งแต่แกะกล่อง ซึ่งทำให้ทีมงานรู้สึกผิดหวังมากพอสมควร เนื่องจากที่ผ่านมาปากกาของ Pelikan หลายด้ามที่เคยผ่านมือทีมงานมาบ้าง ต่างเก็บงานเรียบร้อยทั้งสิ้น เรียกว่าการควบคุมคุณภาพยังมีปัญหาอยู่

นอกจากนี้แล้ว ปากการุ่นนี้ยังไม่มีคลิป ทำให้หนีบออกไปใช้ข้างนอกไม่ได้ ต้องใส่กระเป๋าอย่างเดียว ซึ่งอาจจะเหมาะกับคนที่มีกระเป๋าดินสอหรือกระเป๋าเครื่องเขียนอยู่แล้ว แต่ถ้าท่านไม่ได้มีอิปกรณ์เสริมเหล่านี้ การลงทุนเพื่อใส่ปากกาด้ามนี้อาจไม่คุ้มเท่าใดนัก

ท้ายที่สุด คงเป็นความหายากในการซื้อ ซึ่งเฉพาะในตอนนี้เท่านั้นที่ผู้อ่านสามารถหาซื้อผ่านออนไลน์ หรือรอให้ทางบริษัทส่งมาเท่านั้น จะออกไปเดินหาซื้อคงลำบากพอสมควร อันนี้ถือเป็นโจทย์ของบริษัทว่าจะนำเอาปากการุ่นนี้ (รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่นๆ นอกจากหมึกปากกาหมึกซึม) เข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างไรในอนาคต เพื่อขยายตลาดเพิ่มเติม

ข้อดีข้อเสีย
ดีไซน์แปลกใหม่การควบคุมคุณภาพทำได้แย่ เก็บงานในการผลิตได้ไม่ดี
ราคาถูกไม่มีคลิบหรือแหนบปากกา พกเอาออกไปใช้ข้างนอกลำบากระดับหนึ่ง
รองรับ Standard International Converter และ Cartridge
หาซื้อได้ยาก ต้องซื้อเฉพาะช่องทางที่กำหนดไว้

เครดิต

  • ข้อมูลและภาพผลิตภัณฑ์บางส่วน: Pelikan AG
  • สถานที่: AIS D.C. และ The FIRST Lounge โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท
  • ภาพถ่ายและเรียบเรียง: ภัทรนันท์ ลิ้มอุดมพร
Facebook Comments
สรุปรีวิว
ปากกาหมึกซึม Pelikan Twist
เรื่องก่อนหน้าพรีวิว ปากกา Visconti Van Gogh สีใหม่ปี 2019 สดใส งดงาม
เรื่องถัดไปDKSH เปิดตัว LAMY Pop-Up Store ที่สยามเซ็นเตอร์ และชุดของขวัญ
เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา คนเดินดิน เรียนจบรัฐศาสตร์ ชอบปากกามาตั้งแต่เด็กๆ แต่ไม่ค่อยได้บอกให้ใครรู้ เริ่มใช้ปากกาหมึกซึมมาตั้งแต่ระดับประถม และใช้ปากกาลูกลื่น Montblanc Generation เป็นปากกาประจำตัว เลิกใช้ปากกาหมึกซึมไประยะหนึ่งก่อนกลับมาใช้ใหม่เพราะเพื่อนฝูงชักชวน แต่ก็ยังวนเวียนกับปากการะดับพรีเมียมเช่นเคย