ปฏิเสธไม่ได้ว่า Montblanc คือหนึ่งในผู้ผลิตปากกาหมึกซึมและสินค้าหรูหราชั้นนำของโลก และสายการผลิตปากกาหมึกซึมของ Montblanc มีทั้งปากกาเรือธงอย่าง Meisterstück 149 หรือ Montblanc Boheme ที่ทางไรท์ติ้งอินไทยเคยนำเสนอรีวิวไปก่อนหน้านี้แล้ว ครั้งนี้ ทีมงานขอนำเสนอ Montblanc Meisterstück Classique 145 อีกหนึ่งปากกาหมึกซึมในกลุ่ม Meisterstück ที่เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันเป็นอย่างยิ่งครับ

ไรท์ติ้งอินไทย ขอนำเสนอรีวิวปากกาด้ามนี้ ให้ผู้อ่านทุกท่านได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิดครับ

ประวัติศาสตร์แห่ง Montblanc

Montblanc แต่เดิมชื่อว่า Simplo-Filler Pen Company และเริ่มต้นวางจำหน่ายปากการุ่น Rouge et Noir ในปี 1909 จากนั้นจึงเริ่มใช้ชื่อทางการค้าว่า Montblanc ตามชื่อของยอดเขาในเทือกเขาแอลป์ของยุโรปในปี 1910 จากนั้นในปี 1913 จึงใช้ตราสัญลักษณ์สีขาวหกแฉก สื่อถึงยอดเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะนั่นเอง

จุดเริ่มต้นของ Meisterstück อยู่ที่ปี 1924 ที่บริษัทเริ่มปล่อยผลิตภัณฑ์ออกมา พร้อมด้วยระบบนับเลขสามตัวที่เป็นที่คุ้นเคยกันดี (หลักแรกหมายถึงอันดับในผลิตภัณฑ์, หลักที่สองหมายถึงกลไก และหลักสุดท้ายหมายถึงขนาดของหัวปากกาสำหรับหมึกซึม) ก่อนที่ในปี 1952 บริษัทจะเริ่มต้นสายการผลิตของรุ่นในปัจจุบันด้วย 149 นับว่าเป็นปากกาและเครื่องเขียนที่มีระยะเวลาการผลิต จากอดีตจนถึงปัจจุบันที่ยาวนานมากรุ่นหนึ่งของโลก

ภาพ Adenauer และ Kennedy
ภาพ Kennedy ขณะให้ Adenauer ยืมปากกา (ที่มา: Montblanc)

เครื่องเขียนรุ่นนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปากกาหมึกซึม Meisterstück 149 ได้สร้างประวัติศาสตร์ไว้อย่างมาก ครั้งหนึ่ง John F. Kennedy เคยเสนอให้ Konrad Adenauer อดีตนายกรัฐมนตรีของเยอรมนีตะวันตกยืมปากกานี้ จนบริษัทเรียกปากการุ่นนี้ว่าเป็น “ดีไซน์ที่เขียนประวัติศาสตร์”

บริษัทแบ่งผลิตภัณฑ์ในรุ่นนี้ออกเป็น 2 สาย สายแรกคือรุ่นธรรมดาทั่วไป ที่ใช้เรซินเป็นวัสดุหลักของตัวด้าม/แท่ง สำหรับปากกาหมึกซึมจะใช้หัวเขียนทำจากทองคำ 14 กะรัต และรุ่น Solitaire ซึ่งมีทั้งรุ่นปกติและรุ่นพิเศษ ในกลุ่มนี้จะใช้วัสดุพิเศษ แปลก ไม่เหมือนใคร เช่น เหล็กกล้าไร้สนิม ทองคำขาว มาเป็นวัสดุตัวด้าม และหัวปากกาหมึกซึมจะเป็นทองคำ 18 กะรัต ซึ่งถือว่าเป็นการ ‘อัพเกรด’ เพิ่มขึ้นจากรุ่นทั่วไป

รู้จักกับ Meisterstück Classique

Meisterstück Classique หรือที่รู้จักกันในหมู่นักสะสมว่า Meisterstück 145 เป็นปากกาหมึกซึมรุ่นมาตรฐานของบริษัท และในปัจจุบันถือเป็นปากกาขนาดปกติ (normal size) ของบริษัทที่ยังวางจำหน่ายอยู่

แต่เดิม บริษัทมีปากกาหมึกซึมในรุ่นนี้หลายรุ่นด้วยกัน แต่หลักๆ จะประกอบไปด้วย 5 รุ่น ดังนี้

  • 149 ถือเป็นรุ่นขนาดใหญ่ที่สุด (oversize) แพงที่สุด และเป็นรุ่นเรือธงของบริษัท (ไม่นับรุ่นพิเศษต่างๆ) ใช้กลไกเป็นแบบ piston-filling หัวปากกาขนาด 9
  • 146 หรือ LeGrand เป็นรุ่นที่มีขนาดรองลงมา ยังคงใช้กลไกเป็น piston-filling หัวปากกาขนาด 6 โดยในนี้ยังมีรุ่น 147 หรือ LeGrand Traveler ที่ใช้หมึกหลอดอย่างเดียว ไม่ใช่ piston-filling
  • 145 หรือ Classique (ปัจจุบัน) ที่รู้จักกันในชื่อเดิมว่า Hommage To Frederick Chopin เป็นรุ่นที่มีขนาดมาตรฐาน ใช้หลอดสูบหมึก หรือ หมึกหลอด (cartridge) เป็นกลไกในการเติมหมึก
  • Classique 144 ซึ่งเป็นรุ่นล่างสุด มีความคล้ายคลึงกับ 145 ต่างกันที่กลไกการปิดหรือเปิดปลอกที่เป็นแบบ snap on หรือเสียบปลอกเข้าไปตรงๆ ไม่ใช่การหมุนเกลียวแบบรุ่นก่อนหน้า
  • 114 หรือ Hommage à W.A. Mozart อันเป็นปากการุ่นเล็กที่สุด รองรับเฉพาะหมึกหลอดเท่านั้น หัวมีขนาดเล็กที่สุด และใช้การหมุนเกลียวในการปิดปากกา

ต่อมา บริษัทได้ทำการยกเลิกสายการผลิต 144 และแทนที่ด้วยรุ่น 145 ซึ่งเปลี่ยนชื่อจาก Hommage To Frederick Chopin กลายเป็น Meisterstück Classique และถือเป็นรุ่นวางจำหน่ายเริ่มต้นของบริษัทในปัจจุบัน โดยมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ราว 18,000 บาท

ข้อมูลจำเพาะ (specification)

Montblanc Meisterstück Classique 145
Montblanc Meisterstück Classique 145
  • รหัสโมเดล: 106522 (เคลือบแพลตินัม), 114828 (Ultra Black), 112675 (เคลือบทองคำ)
  • น้ำหนัก: 21.7 กรัม
  • หัวปากกา: ทองคำ 14 กะรัต (Au585) พร้อมเคลือบด้วย Rhodium
  • วัสดุหลัก: เรซิน และ โลหะเคลือบด้วยโลหะมีค่า
  • ระบบหมึก: หลอดหมึก หรือ หลอดสูบหมึกแบบเฉพาะของ Montblanc (รองรับ International Converter)
  • ความยาว (ปิดปลอก): 14 ซม.

สำรวจและสัมผัสตัวปากกา

เช่นเดียวกับ Bohème ปากกาด้ามนี้ทีมงานได้มาในการครอบครองมานานเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว ทำให้กล่องและเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดสูญหายไปตามกาลเวลา อย่างไรก็ตามตัวปากกายังคงอยู่ในสภาพดีมากอยู่ จึงขอข้ามในส่วนบรรจุภัณฑ์และหีบห่อ ไปที่ตัวปากกาโดยตรงครับ

ตัวปากกาขึ้นรูปเป็นทรงซิการ์ แบบเดียวกับปากกาตัวอื่นๆ ในรุ่น สำหรับด้ามนี้ทีมงานเลือกเป็นแบบสีดำตัดกับสีเงิน โดยวัสดุที่เคลือบเป็นแพลตินัม ทีมงานใช้งานมานานก็ไม่มีการหลุดหรือลอกของวัสดุที่เคลือบแต่อย่างใด ถือว่าทำผลงานได้ดีมาก

เปรียบเทียบขนาดปากกา (จากบนลงล่าง) ระหว่าง Meisterstück 149, Montblanc Classique (145 เดิม) และ Caran d'Ache 849 Fountain Pen
เปรียบเทียบขนาดปากกา (จากบนลงล่าง) ระหว่าง Meisterstück 149, Montblanc Classique (145 เดิม) และ Caran d’Ache 849 Fountain Pen

สำหรับขนาดของปากการุ่นนี้ ถือว่าอยู่ในระดับมาตรฐานเมื่อเทียบกับปากกาอื่นๆ จะสังเกตได้ว่าในกรณีของ 145 ขนาดจะเล็กกว่าพอสมควรเมื่อเทียบกับ 149 ครับ ใครที่อยากได้ปากกาของ Montblanc แต่มีขนาดที่เล็กกว่า 149 รุ่นนี้ควรรับเอาไว้พิจารณาเป็นอย่างยิ่ง

ตัวด้ามใช้การหมุนเกลียวเพื่อเปิดออกจากปลอกปากกา เผยให้เห็นหัวปากกา 14 กะรัต ขนาด 4 ซึ่งบริษัทเลือกใช้กับปากการุ่นนี้ ที่หัวปากกาจะไม่มีการระบุขนาดเส้น (nib grade) ไว้บนหัวปากกา ซึ่งทีมงานจำได้ว่าตอนซื้อมาเป็นหัวขนาด F ครับ

เช่นเคย รุ่นที่วางจำหน่ายในปัจจุบัน หัวปากกาจะไม่ระบุปริมาณทองเป็นกะรัต แต่จะใช้เป็นรหัสธาตุตามตารางธาตุ แล้วตามด้วยปริมาณความบริสุทธิ์ครับ เช่น 14 กะรัต เป็น Au 585 ซึ่งเปลี่ยนมาตั้งแต่ปี 2013

ที่ปลอกจะมีวงแหวนอยู่รอบ เขียนว่า “Montblanc – Meisterstück – Pix” และส่วนวงแหวนด้านบนที่เชื่อมกับแหนบจะมีการยิงรหัสประจำตัวปากกา (serial number) เอาไว้ ส่วนใต้แหนบปากกาจะมีการสลักคำว่า Pix เอาไว้อย่างคมชัด (ถ้าไม่คมชัด มีโอกาสที่จะเป็นของปลอมได้)

ปากกาสามารถเสียบปลอกแล้วเขียนได้ (posted) อย่างไรก็ตามทีมงานได้รับคำแนะนำจากช่างของแบรนด์ว่า ไม่ควรทำเช่นนั้น ด้วยเหตุผลเดียวกับ 149 นั่นก็คือตัวปลอกปากกามีโอกาสแตกได้ เป็นรอยที่ตัวด้าม รวมถึงเกลียวที่จะสึกได้เช่นกันครับ แถมราคาค่าเปลี่ยนก็ไม่ใช่น้อยๆ ด้วย

เทียบกับปากกาคู่แข่งอย่างเช่น Sailor 1911 Standard แล้ว ต้องบอกว่ามีความคล้ายคลึงกันมาก และถือเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันพอสมควรว่า งานนี้ใครได้แรงบันดาลใจจากใครมา

ทดสอบเขียน

สำหรับปากการุ่นนี้ ทีมงานทดสอบโดยใช้หมึก Montblanc UNICEF Blue ที่เคยทดสอบไปแล้ว บนกระดาษ A4 ความหนา 80 แกรม ไม่ทราบแบรนด์ และได้ผลดังต่อไปนี้

ในส่วนของการเขียน ทีมงานพบว่าปากการุ่นนี้ให้ความรู้สึกที่ไม่ต่างจาก Bohème ที่ทีมงานได้รีวิวไปแล้ว นั่นก็คือ ความยืนหยุ่นต่ำกว่ารุ่นในตำนานอย่าง Meisterstück 149 มีแรงต้านบ้างเวลาเขียน (feedback) ความยืดหยุ่นต่ำ แต่ยังคงเขียนได้ลื่น ให้น้ำหมึกที่สม่ำเสมอ และทำผลงานในการเขียนได้อย่างน่าประทับใจ เนื่องจากหัวเขียนที่ใช้นั้นคือหัวเดียวกัน (หัวแบบที่ใช้ในรุ่น 144)

อย่างไรก็ตาม ข้อแตกต่างประการสำคัญของปากการุ่นที่เอามารีวิว อยู่ที่การเป็นปากกาที่มีขนาดเส้น Fine แต่ให้เส้นในแนวดิ่งที่กว้างกว่าปกติทั่วไป ทำให้เวลาเขียนออกมาแล้วทีมงานรู้สึกว่านี่ไม่ใช่ขนาดเส้น F ตามปกติ แต่เป็นเส้นที่มีความเฉพาะตัวมาก ซึ่งถ้าเป็นคนไม่ชอบขนาดเส้นที่แปลกๆ แล้ว ปากกาด้ามนี้ไม่ใช่ปากกาของท่านอย่างแน่นอน

ขนาดของปากกาต้องถือว่าจับได้สบายกว่า Bohème อยู่เล็กน้อย เพราะทรงเรียวกว่า น้ำหนักเบากว่า แต่ถ้าเวลาใส่ในกระเป๋าเสื้อแล้วอาจจะลำบากอยู่สักหน่อย เนื่องจากตัวด้ามยาว ทำให้ถ้ากระเป๋าที่ใส่ตื้น ก็อาจจะลำบากเล็กน้อยครับ

ราคาและสถานที่จำหน่าย

Montblanc สาขาสยามพารากอน

สำหรับปากการุ่นนี้ สามารถหาซื้อได้จาก Montblanc Boutique ที่ตั้งอยู่ตามห้างสรรพสินค้าของกรุงเทพมหานคร, ตัวแทนจำหน่ายหรือเคาน์เตอร์ของ Montblanc ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำ โดยมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ประมาณ 18,000 บาท (ต่อด้าม)

หากท่านผู้อ่านเป็นคนเดินทางบ่อย ตัวเลือกการเข้าไปซื้อในร้านปลอดภาษี (เช่น King Power) ก็เป็นอีกตัวเลือกที่ดีครับ โดยราคาเมื่อซื้อแบบปลอดภาษีจะอยู่ที่ 17,700 บาท (ต่อด้าม)

ทั้งนี้ หากท่านซื้อเป็นรุ่นที่เคลือบทองคำ ราคาจะลดลงมาเล็กน้อยเมื่อเทียบกับรุ่นที่นำมารีวิว ซึ่งเป็นรุ่นที่เคลือบแพลตินัมครับ

สรุป

ทีมงานไรท์ติ้งอินไทย มีความรู้สึกประทับใจกับปากกาทุกด้ามของ Montblanc ที่เคยรีวิวมาทั้งหมด ทุกด้ามทำผลงานได้ดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นรุ่นเล็กสุดอย่างเช่น Meisterstück Classique รุ่นนี้, 149 ที่ถือเป็นรุ่นในตำนาน หรือรุ่นเฉพาะทางที่กำลังจะเลิกผลิตอย่าง Bohème ทุกด้ามล้วนแล้วแต่ผลิตขึ้นมาด้วยความละเอียด พิถีพิถัน และเป็นปากกาที่ทีมงานเรียกได้ว่า “เชื่อถือได้” ไม่มีอาการอะไรที่ทำให้ทีมงานรู้สึกขัดใจแต่อย่างใด

ในเชิงของการเขียน Classique สามารถทำผลงานได้ดีไม่แพ้รุ่นใหญ่ๆ และรุ่นข้างเคียง จุดที่แปลกสำหรับเฉพาะด้ามที่อยู่ในการครอบครองของทีมงาน คือเรื่องของขนาดเส้นแบบ Fine ที่มีความแปลกจากขนาดตามปกติเมื่อเทียบกับแบรนด์อื่นๆ ดังนั้นแล้วหากจะเลือกซื้อ ผู้อ่านอาจจะต้องเลือกหัวที่มีความใกล้เคียงกับมาตรฐานอื่นๆ อย่างเช่นการซื้อ Medium แล้วขอให้ทางศูนย์ช่วยทำการปรับไม่ให้กว้างจนเกินไป เป็นต้น

สิ่งเดียวที่อาจจะทำให้คิดหนัก คือเรื่องของราคา ซึ่งด้วยราคาระดับนี้ต้องถือว่าตอบตลาดหรูอย่างแท้จริง (ซึ่งก็ตรงกับตำแหน่งของแบรนด์) เมื่อเทียบกับคู่แข่งในท้องตลาดที่มีอยู่จำนวนมากอย่างเช่น Leonardo Momento Zero หรือ Sailor 1911 Standard ที่ต่างก็มีราคาถูกกว่ากันทั้งนั้น หรือคู่แข่งที่ทีมงานเห็นว่าเป็นคู่แข่งตรงจริงๆ คือ 149 ซึ่งมีราคาที่ต่างกันอีกไม่มาก (เพิ่มเงินเข้าไปอีกประมาณ 10,000 บาท ก็ได้แล้ว) ทำให้รุ่น Classique อาจจะแข่งได้ลำบากกว่าระดับหนึ่ง

แต่สิ่งที่ Montblanc ให้ได้และแบรนด์อื่นยากที่จะมี คือการเป็น ‘เครื่องแสดงสถานะและความสำเร็จ’ และนี่คือปัจจัยชี้ขาดหากท่านต้องการซื้อปากการุ่นนี้ครับ และทีมงานเชื่อเหลือเกินว่า Meisterstück Classique จะเป็นหนึ่งในปากกาที่ท่านนึกถึง เวลาต้องการบอกใครก็ตามถึงความสำเร็จที่ท่านมี

ข้อดีข้อเสีย
เขียนดีมาก การตอบสนองทำได้ดีราคาที่อยู่ในโซนสูงของตลาด
น้ำหนักเบา จับได้ง่ายถ้าเป็น Fine เส้นจะแปลกกว่าปกติ คนที่ใช้ F ของค่ายอื่นอาจไม่ชอบ
รูปทรงคลาสสิก

เครดิต

ภาพ: Montblanc, ศิระกร ลำใย / ข้อมูล: ภัทรนันท์ ลิ้มอุดมพร

แหล่งอ้างอิง: Money Inc, Precision Watches PA, Fountain Pen Network (1, 2, 3)

Facebook Comments