ที่ผ่านมา ไรท์ติ้งอินไทย รายงานความเคลื่อนไหวของ Montegrappa ผู้ผลิตเครื่องเขียนหรูจากอิตาลีมาตลอด และเคยมีรีวิวปากการุ่น Parola มาแล้ว ในครั้งนี้เราจะมารีวิวปากการุ่นยอดนิยมของบริษัทและเป็นที่รู้จักดีที่สุดของคนทั่วโลกกับ Montegrappa Fortuna Mosaico Roma ครับ

รู้จักกับ Montegrappa Fortuna Mosaico Roma

หาก Parola เป็นด้ามรุ่นเริ่มต้นสำหรับคนที่ชื่นชอบปากกาจาก Montegrappa แล้ว Fortuna ถือเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมในตลาด และถือเป็นรุ่นที่หลายคนน่าจะคุ้นเคยเพราะผ่านตามามาก ไม่นับรวมถึงรูปแบบและสีสันที่มีออกมาเยอะมากในตลาด ไม่แพ้ Extra 1930 ที่เป็นรุ่นยอดนิยมของตลาดอีกเช่นกัน

ชื่อรุ่นมาจากเทพองค์หนึ่งของโรมัน Fortuna อันเป็นเทพสตรี แทนความโชคดีและโชคชะตา บริษัทจึงมาตั้งเป็นชื่อรุ่นดังกล่าว โดยวางจำหน่ายครั้งแรกเมื่อปี 2012 (พ.ศ. 2555) และกลายมาเป็นรุ่นยอดนิยมของบริษัท พร้อมกับมีรุ่นอื่นๆ ออกมาอีกมากมาย

Montegrappa Fortuna Mosaico Roma
ภาพจาก Montegrappa

ในปี 2016 บริษัทออกรุ่น Mosaico Roma โดยถือเป็นรุ่นย่อยของรุ่นหลัก ผลิตออกมาด้วยแรงบันดาลใจจากแผ่นกระเบื้องโมเสกจากเมือง 3 เมือง ประกอบด้วย Roma (กรุงโรม) ของอิตาลี, Barcelona ของสเปน และ Marrakesh ของโมร็อคโก ก่อนที่จะเปิดตัวเพิ่มอีก 2 สี เมื่อปีที่แล้ว โดยได้แรงบันดาลใจจากงานศิลปะของรัสเซีย เรียกสีนั้นว่า Moscow และ Aurora Borealis หรือสีแบบแสงเหนือที่ขั้วโลกเหนือนั่นเอง

ลักษณะของ Fortuna ในแทบจะทุกรุ่น มีลักษณะตรงกันคือปลอกใหญ่ ก่อนที่ตัวด้ามจะลู่ลง คล้ายกับซิการ์แบบสมมาตรอยู่เล็กน้อย ส่วนความแตกต่างไปอยู่ตรงที่ตัวด้าม ในบางรุ่นก็ไม่ใช่เป็นเรซิน แต่เป็นทองแดง (Copper Mule) โลหะเผาไฟ ไม้ เป็นต้น ดังนั้นแล้วถ้าเห็นหน้าตาราวๆ นี้ ขอให้มั่นใจได้ว่าเป็น Montegrappa Fortuna แน่นอนครับ

ข้อมูลจำเพาะของ Montegrappa Fortuna Mosaico Roma

Montegrappa Fortuna Mosaico Roma
  • วัสดุ: ผลิตจากเรซิน สีขาวและดำ เลียนแบบลายกระเบื้องโมเสก โลหะตกแต่งทำมาจากเหล็กกล้าไร้สนิม
  • รูปแบบการเขียน: ปากกาหมึกซึม (หัวเขียนทำมาจากเหล็กกล้าไร้สนิม), โรลเลอร์บอล, ลูกลื่น, ดิลสอกด
  • ปากกาหมึกซึม: รองรับตลับและหลอดสูบแบบ International Standard; ขนาดหัวเขียน Fine, Medium, Broad
  • ความยาว: 13.4 ซม.
  • เส้นผ่าศูนย์กลาง: 1.65 ซม.
  • น้ำหนัก: 31 กรัม

แกะกล่องปากกา

กล่องปากกาที่ได้มา มีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ ลักษณะกล่องเหมือนกับรุ่น Parola แทบจะทุกประการ แตกต่างกันที่รายละเอียดเล็กน้อยเท่านั้น ภายนอกจะมีกระดาศสีน้ำเงินหนาห่อไว้ เลื่อนออกจะเจอกล่องด้านนอกที่เป็นกระดาษแข็งในชั้นแรก

ในรุ่นนี้ ความแตกต่างประการหนึ่งคือการเพิ่มคำว่า “Italia” ใต้โลโก้ของบริษัท เพื่อสื่อถึงความเป็นปากกาจากอิตลาีอย่างชัดเจนครับ

เปิดฝาออกมา จะพบกับกล่องด้านในชั้นที่สอง พร้อมกับเผยลิ้นสำหรับหยิบกล่องด้านในออกมาได้สำหรับกล่องชั้นนอก

เปิดกล่องออก จะพบกับปากกานอนอยู่อย่างเงียบสงบ ในกล่องบุด้วยผ้าลักหลาดอย่างดี และมีพิมพ์โลโก้แบรนด์เอาไว้ ทีมงานยังคงยืนยันว่า นี่เป็นกล่องปากกาที่ทำออกมาได้ดูดีที่สุดแบบหนึ่งในตลาดจนปัจจุบัน และทำให้ปากกาธรรมดาๆ ดูเหมือนรุ่นผลิตจำนวนจำกัดได้ไม่ยาก

เมื่อเปิดด้านล่างออก จะมีคู่มือฉบับหนึ่งมาให้ด้วย พร้อมการรับประกันจากทางตัวแทนจำหน่าย

สำรวจปากกา

ปากกาที่นำมารีวิวนี้เป็น Fortuna Mosaico รุ่นย่อย Roma ซึ่งให้สีและลวดลายเป็นขาวดำ มีขนาดใกล้เคียงกับ Parola, Montblanc Meisterstück 149, Cross Peerless 125 หัวท้ายเป็นแบบตัดเรียบสนิท

ส่วนของปลอกปากกามีลักษณะอวบกว่าตัวด้ามเล็กน้อย (ปากกาหัวโต) พร้อมคลิปหนีบปากกาที่เป็นเอกลักษณ์ มีลูกล้อเพื่อให้เสียบกับกระเป๋าได้ดี

ส่วนด้านบน มีการติดตราสัญลักษณ์ปีก่อตั้ง (1912) ลงไปด้วย

กลางด้าม มีวงแหวนโลหะ พร้อมสลักตราสัญลักษณ์บริษัทเอาไว้

ตัวด้ามใช้กลไกในการหมุนเปิด เมื่อเปิดออกจะพบกับหัวปากกาหมึกซึมขนาด 6 และประดับลวดลายอย่างสวยงาม ใช้หลอดสูบหมึกเป็นแบบของ Montegrappa เอง ซึ่งมีเกลียวอยู่ที่ปลายตัวหลอดสูบแบบเดียวกับ Montblanc ทำให้ยึดติดได้ดีขึ้น

ทดสอบและใช้งานจริง

ทีมงานทดสอบเขียนปากกาด้ามนี้ด้วยหมึก Pilot Iroshizuku Hoteison 100th Anniversary Limited Edition ซึ่งเป็นหมึกตัวล่าสุดที่ทีมงานได้มา บนกระดาษ Double A ขนาด A4 ที่ความหนา 80 แกรม ได้ผลการทดสอบมาดังนี้ครับ

ในเชิงความรู้สึกของการเขียน ทีมงานพบว่าปากกาด้ามนี้มีน้ำหนักเบากว่า Parola อยู่เล็กน้อย ปากกาให้น้ำหนักและสมดุลที่ดีมากในการเขียน ไม่ว่าจะในสภาวะปกติหรือเสียบปลอกปากกาเขียนด้านหลัง (posted) ก็ตาม

สำหรับการเขียน เนื่องจากหัวปากกาของ Montegrappa มีขนาดที่เล็กกว่าขนาดปกติของทางฝั่งยุโรป การเขียนด้วยปากกาขนาดเส้น M จึงให้ผลลัพธ์ออกมาค่อนไปทางเส้นแบบขนาด F ซึ่งหลายคนน่าจะชื่นชอบ และสามารถเขียนได้ดีอย่างมาก รวมถึงมีความยืดหยุ่นที่มากกว่ารุ่นล่างอย่าง Parola อยู่เล็กน้อย

การจ่ายน้ำหมึกยังคงติดไปในโทนแห้งอยู่เช่นเดิม, ความผันแปรของขนาดเส้น (line variation) ดีขึ้นกว่ารุ่นล่าง และที่แปลกใจมากที่สุดคือการเขียนกลับหัวปากกา (Reverse Writing) ที่ทำผลงานได้ดีเกินคาดครับ

จุดเดียวของทีมงานที่รู้สึกว่าปากกาด้ามนี้ออกแบบมายังไม่ดีพอ คือจุดตรงเกลียวกับตัวด้ามที่เชื่อมต่อแบบในภาพ เนื่องจากมีการหักแบบ 90 องศา ทำให้เป็นสันคม ใช้ๆ ไป จะมีรำคาญบ้างถ้าเผลอไปโดนเข้าครับ (ไม่แน่ใจว่าทำไมถึงไม่ทำให้มนเช่นกัน)

ราคาและสถานที่ซื้อ

สำหรับปากการุ่นนี้ ราคาจำหน่ายอยู่ที่ด้ามละ 10,500 บาท และจัดจำหน่ายโดยบริษัท TKI Perpetual เพียงแห่งเดียวเท่านั้น โดยมีจุดจัดจำหน่ายที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน กรุงเทพมหานคร มาพร้อมกับประกัน 2 ปีจากทางร้าน (รายละเอียด)

ทั้งนี้ ราคาจำหน่ายในต่างประเทศจะถูกกว่านี้เล็กน้อย (7,812 บาท) แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการไม่มีการรับประกันใดๆ ซึ่งถ้าจะส่งซ่อม ต้องดำเนินการเองครับ

อนึ่ง ในปัจจุบันรุ่น Roma และ Barcelona ได้เลิกผลิตแล้ว ดังนั้นถ้าพบที่ไหน แปลว่าเป็นสินค้าในคลัง ซึ่งถ้าต้องการเก็บสะสม ทีมงานแนะนำว่าควรซื้อครับ

สรุป Montegrappa Fortuna Mosaico Roma

ทีมงานมีความชื่นชอบปากกาด้ามนี้ และประทับใจอย่างยิ่งสำหรับผลงานที่ทำออกมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสีสันและการเขียน ซึ่งมีสไตล์และรูปแบบที่ไม่เหมือนใครในท้องตลาด

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าปากกาด้ามนี้จะปราศจากข้อด้อย เช่น ตัวด้ามปากกาที่หมุนกับตรงเกลียวนั้นหักเป็นมุมคม ซึ่งบางคนอาจจะรำคาญได้ หรือการจ่ายหมึกที่ถือว่าค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับปากกาในตลาดตัวอื่นๆ เป็นต้นครับ

ถ้าท่านจะซื้อปากกาด้ามนี้ เหตุผลประการหนึ่งคือเป็นการซื้อสไตล์และการออกแบบของตัวปากกาที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร รวมถึงผลงานเขียนที่ทำออกมาได้ดีกว่าตัวของ Parola อย่างไรก็ตามข้อจำกัดเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นก็เป็นสิ่งที่ควรพิจารณาเช่นกันครับ

ข้อดีข้อเสีย
การออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์จ่ายหมึกได้ค่อนข้างแห้ง
เขียนได้ดีราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับคู่แข่ง
ขนาดเหมาะสมจุดหัก 90 องศาที่เกลียว ทำให้จับแล้วรำคาญบ้าง

เครดิต

ภาพ: ศิระกร ลำไย

เนื้อหา: ภัทรนันท์ ลิ้มอุดมพร

สถานที่: คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ KTB Precious Center สาขาไอคอนสยาม

Facebook Comments