9 กรกฎาคม 2020
รีวิว รีวิว ปากกาลูกลื่น Graf von Faber-Castell Classic Pernambuco

รีวิว ปากกาลูกลื่น Graf von Faber-Castell Classic Pernambuco

ไรท์ติ้งอินไทย เคยนำเสนอปากกาจาก Faber-Castell ไปครั้งหนึ่งกับ LOOM มาแล้ว ซึ่งก็ให้ประสบการณ์ที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง สำหรับในครั้งนี้เราขยับระดับขึ้นมาที่แบรนด์ลูกระดับหรูกับ Graf von Faber-Castell Classic Pernambuco ปากกาหรูทุกมิติที่ทำผลงานได้น่าประทับใจครับ

รู้จักกับ Graf von Faber-Castell Classic Pernambuco

เมื่อพูดถึง Faber-Castell ก็เลี่ยงไม่พ้นที่จะต้องพูดถึง Graf von Faber-Castell (หรือ GvFC) แบรนด์ลูกของบริษัทที่ทำออกมาเพื่อตอบโจทย์สินค้าในตลาดหรูของผู้ผลิตรายนี้จากเยอรมันเป็นการเฉพาะ

GvFC ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1993 โดยบริษัทใช้สำหรับเป็นแบรนด์ผลิตสินค้าระดับสูงในกลุ่มเครื่องเขียนชั้นดี (fine writing instrument) เน้นความหรูหรา การออกแบบที่แตกต่าง และวัสดุล้ำค่าต่างๆ สำหรับตัวปากกาและเครื่องเขียน โดยจุดเริ่มต้นมาจากการผลิตดินสอในรูปแบบที่เรียกว่า “Perfect Pencil” ซึ่งเป็นดินสอที่มีคลิป ที่เหลาดินสอ ยางลบ ทุกอย่างอยู่ในตัวทั้งหมด และตั้งราคาจำหน่ายที่แพงมาก (ราคาในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี ค.ศ. 2013 อยู่ที่ 425 ดอลลาร์ หรือประมาณ 14,000 บาท)

จากจุดนั้นเป็นต้นมา บริษัทจึงเริ่มต้นขยายไลน์ของผลิตภัณฑ์มากขึ้นเรื่อยๆ โดยครอบคลุมทั้งปากกาลูกลื่น ปากกาหมึกซึม โรลเลอร์บอล รวมถึงล่าสุดยังขยายความร่วมมือกับแบรนด์รถยนต์อย่าง Bentley จากอังกฤษ ออกรุ่นพิเศษเป็นการเฉพาะมาด้วยเช่นกัน

ข้อเด่นของแบรนด์นอกเหนือจากการใช้วัสดุที่หรูหราและควบคุมคุณภาพที่เข้มงวดแล้ว ปากกาและเครื่องเขียนทุกด้ามที่อยู่ภายใต้แบรนด์นี้ ต้องเป็นสินค้าที่ผลิตที่เยอรมนีเท่านั้น ไม่มีการส่งไปตามโรงงานของประเทศอื่นๆ ที่บริษัทไปตั้งฐานการผลิตอยู่ ทำให้ถูกควบคุมคุณภาพมาอย่างเข้มงวดโดยตลอด

สำหรับ Graf von Faber-Castell Classic Pernambuco ถือเป็นรุ่นหนึ่งของแบรนด์ที่ออกมาตั้งแต่แรกๆ จุดเด่นอยู่ที่การเลือกใช้ไม้ Pernambuco ซึ่งเป็นไม้เก่าแก่ของบราซิลที่เนื้อแน่นและมีสีแดง มีคุณสมบัติที่แข็งมากเป็นพิเศษ ทำให้ไม้ชนิดนี้ถูกเลือกเป็นคันชัก (bows) ของกลุ่มดนตรีเครื่องสายของตะวันตก ไม่ว่าจะเป็นไวโอลิน วิโอล่า หรือเชลโล่ก็ตาม

ภาพตัดขวางต้น Pernambuco โดย mauroguanandi (CC-BY 2.0)
ภาพตัดขวางต้น Pernambuco โดย mauroguanandi (CC-BY 2.0)

อย่างไรก็ดี ไม้ชนิดนี้กลับหายากขึ้นทุกวัน เนื่องจากเติบโตนอกพื้นทีได้ยาก และต้องการสภาพแวดล้อมที่มีความจำเพราะเจาะจงมาก ทำให้ถูกขึ้นทำเนียบว่าเป็นไม้พันธุ์หายาก และอยู่ในรายชื่อของ IUCN (สหภาพระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ) ว่าเป็นพืชที่ใกล้สูญพันธุ์ ทำให้ไม้ชนิดนี้หายากมากขึ้น เพราะถูกควบคุมนั่นเอง

บรรจุภัณฑ์และตัวปากกา

หมายเหตุ: บรรจุภัณฑ์ของทีมงานที่ได้รับมา เป็นบรรจุภัณฑ์รุ่นเก่าซึ่งไม่ได้ทำแล้ว ในปัจจุบันบรรจุภัณฑ์ของ Graf von Faber-Castell ทุกรุ่นจะใช้ไม้ผสมกับกระดาษ ซึ่งจะแตกต่างจากรุ่นในรีวิวนี้

บรรจุภัณฑ์ด้านนอกจะเป็นกล่องกระดาษแข็ง ให้สัมผัสเหมือนกระดาษลูกฟูกสีเขียวเข้ม เมื่อเปิดออกด้านจะพบกับกล่องซ้อนไว้อีกชั้นหนึ่ง

ความพิเศษของกล่องด้านในคือกล่องแบบพิเศษ เนื่องจากทำมาจากไม้ทั้งหมดเป็นชิ้น! ที่ผ่านมาทีมงานไม่เคยได้สัมผัสกล่องปากกาที่มีความหรูและคงขนาดนี้มาก่อน ซึ่งนี่ถือเป็นแบรนด์แรกที่ให้กล่องสำหรับปากการุ่นปกติมาได้มีคุณภาพและหรูหราเป็นอย่างมาก สามารถเอาออกมาใช้งานเป็นกล่องปากกาตั้งบนโต๊ะทำงานได้ทันที ใช้การเปิดผาเป็นแม่เหล็ก

เมื่อเปิดออกมา ก็จะพบกับคู่มือด้านในสีเขียวแบบนี้ ซึ่งบอกวิธีการใช้งานคร่าวๆ เอาไว้

พ้นจากคู่มือไป ก็ถึงถุงใส่ปากกากำมะหยี่สีดำที่แถมมาให้ สำหรับการพกปากกาออกไปตามสถานที่ต่างๆ และตัวปากกาในถุงพลาสติก

สำหรับตัวปากการุ่นนี้ ใช้วัสดุเป็นโลหะ (ไม่ทราบชนิด) เป็นวัสดุหลักของตัวด้าม จากนั้นจึงเสริมด้วยไม้ Pernambuco เข้าไปที่ตัวด้าม ก่อนจะใช้เครื่องแกะสลักลายออกมาเป็นอย่างที่เห็นในภาพ

ลายไม้จะเป็นแถบเส้นตรงๆ ลงมา ส่วนไม้จะสะท้อนแสงและสีไฟแตกต่างกันออกไป โดยเป้นน้ำตาลเข้มในหลายกรณี และบางทีจะแสดงสีอมแดงออกมาในสภาพแสงกึ่งๆ เหลืองได้ด้วย

ส่วนที่เป็นโลหะด้านนอกทั้งหมด บริษัทเคลือบด้วยแพลทินัมอย่างหนา ทำให้มีความเงาและทนทานต่อการหมองในระดับหนึ่ง ซึ่งตอนที่ทีมงานได้มาก็มีความหมองอยู่บ้าง แต่พอใช้ผ้าขัดเครื่องประดับที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ ปากกาก็กลับมาเงางามใหม่อีกครั้งหนึ่ง

ส่วนหัวของปากกาซึ่งเป็นจุดที่หมุนเอาไส้ออกมาเขียน มีการประทับตราของแบรนด์เอาไว้

ส่วนคลิปของปากกาก็ใช้วัสดุเป็นโลหะเคลือบแพลทินัมเช่นกัน โดยคลิปมีลักษณะยืดหยุ่น (flexible) เพราะมีสปริงอยู่ สามารถรองรับการใช้งานได้ดีระดับหนึ่ง ซึ่งถือเป็นสิ่งที่น่าประทับใจอย่างมาก

ส่วนปลายปากกาก็เป็นโลหะลักษณะเดียวกัน มีนการสลักคำว่า “Graf Von Faber-Castell Germany” รอบตัวด้าม เมื่อหมุนส่วนนี้ออกมาจะพบตัวไส้ ซึ่งด้านในของส่วนปลายที่หมุนออกมามีรหัสประจำปากกา (serial number) ปรากฎอยู่ (ไม่ได้ถ่ายมา)

ตัวไส้ของปากกาใช้ไส้แบบ G2 ซึ่งเป็นไส้รูปแบบของ Parker ที่เป็นที่นิยมใช้ในปากกาหลายเจ้า (รวมถึง Artifact Hallmark ที่เราเคยรีวิวไปแล้ว) ดังนั้นถ้าใครชอบไส้ปากกาของยี่ห้ออื่นที่มีลักษณะเดียวกัน ก็เปลี่ยนมาใช้ได้เช่นกัน ไม่จำเป็นต้องใช้ไส้ดั้งเดิมของบริษัทเสมอไป

ข้อมูลจำเพาะของปากกา (specification)

  • ความยาวปากกา: 13.6 เซนติเมตร
  • วัสดุ: ไม้ Pernambuco และโลหะเคลือบแพลทินัม
  • ไส้ปากกา: ไส้ปากกาลูกลื่นหรือเจล มาตรฐาน G2
  • น้ำหนัก: 32 กรัม
  • เส้นผ่าศูนย์กลาง: 1.1 เซนติเมตร

ทดสอบเขียนจริง

เนื่องมาจากเหตุอันสุดวิสัย คือ ไส้ที่มากับปากกาเกิดหมดไปเสียก่อนที่จะเขียนรีวิวนี้ และไม่สามารถสั่งซื้อได้ ทำให้ทางทีมงานจำเป็นต้องใช้ไส้ easyFLOW 9000 Refill ของ Schmidt ที่จัดจำหน่ายโดย Artifact แทน (ราคาจำหน่ายของไส้นี้อยู่ที่ราคา 80 บาท) ดังนั้นแล้วในเรื่องของน้ำหมึกและผลงานการเขียน จะเหมือนกับ Artifact Hallmark ทุกประการ นั่นก็คือ สีหมึกคมชัด ไม่มีอาการหมึกเยิ้มให้ปวดหัว และเส้นที่ออกมาก็คมชัด

อย่างไรก็ตาม จุดที่ปากกาด้ามนี้ให้ความแตกต่างคือสัมผัสชนิดที่เรียกว่าหรูมาก หรูจนกระทั่งปากกาลูกลื่น Montblanc Meisterstück 164 ที่เป็นปากกาลูกลื่นอีกด้ามและอยู่ในระดับเดียวกัน ตกไปโดยปริยาย เนื่องจากปากกานี้มีน้ำหนักที่มากกว่าลูกลื่นโดยปกติ แต่ยังรักษาสมดุลของปากกาเอาไว้ได้ดี รวมถึงสัมผัสของไม้ก็เหนือชั้นกว่าเรซินหรือพลาสติกโดยทั่วไปอย่างมาก

ทว่า สิ่งที่เป็นข้อด้อยอย่างชัดเจนของปากการุ่นนี้ คือการเป็นปากกาที่ไม่สามารถเขียนได้นาน เพราะส่วนที่จับปากกา (section) ในส่วนปลายค่อนข้างเล็ก ทำให้ตอนจับต้องใช้แรงจับเยอะ ตามมาด้วยแรงกดที่มาก เมื่อเขียนไปนานๆ ย่อมเกิดอาการเมื่อยเอาดื้อๆ ระหว่างการใช้งาน พอจะขยับขึ้นมาจับที่ตัวไม้ ก็พบว่าตัวปากกาจะไม่ได้สมดุลและจับไม่สะดวกนัก ปัญหานี้ไม่ได้เกิดเฉพาะปากการุ่นนี้อย่างเดียว แต่ยังเกิดกับปากกาที่ใช้การออกแบบลักษณะเดียวกันที่เน้นบอดี้ผอมๆ เล็กๆ ทำให้เขียนได้ยาก จับไม่สบายมือเท่าใดนักหากใช้ไปนานๆ

ราคาและสถานที่จำหน่าย

ในประเทศไทย ไม่มีการวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Graf von Faber-Castell อย่างเป็นทางการ แม้ว่าจะมีตัวแทนจำหน่าย Faber-Castell ในประเทศไทย (ก็คือ DKSH) ทำให้ท่านที่ต้องการปากกาแบรนด์นี้ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องซื้อที่ต่างประเทศเท่านั้น

สำหรับราคาวางจำหน่ายของปากกาลูกลื่นรุ่นนี้ อยู่ที่ 350 ดอลลาร์ (ประมาณ 11,500 บาท) ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งถือว่าเป็นปากกาลูกลื่นที่มีราคาสูงมากเป็นอันดับต้นๆในตลาดเลยทีเดียว ส่วนทีมงานได้มาในราคาที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ และเป็นความบังเอิญของทีมงานที่เจอปากกาด้ามนี้ในจุดที่ไม่คาดว่าจะเจอ

สรุป

น้อยครั้งที่ทีมงานจะได้มีโอกาสจับปากกาดีๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปากกาลูกลื่นดีๆ อย่าง Graf von Faber-Castell Classic Pernambuco ซึ่งทีมงานรู้สึกว่า ด้วยการออกแบบและวัสดุของปากกาที่เลือกใช้ นับว่าสมกับราคาค่าตัวเป็นอย่างยิ่ง และสมกับตลาดที่เป็นกลุ่มของแบรนด์ด้วย นั่นก็คือคนที่ใช้ผลิตภัณฑ์หรูหราในระดับสูง หรือผู้บริหารที่ต้องการปากกาสื่อถึงความแตกต่างให้กับชีวิต

ข้อดีของปากกาด้ามนี้ นอกจากจะใช้ระบบไส้แบบ G2 ซึ่งสามารถซื้อไส้หมึกของยี่ห้ออื่นมาเปลี่ยนได้แล้ว ยังเป็นเรื่องของสัมผัสในการเขียนที่ดีมาก ไม่ว่าจะเป็นไม้หรือโลหะ สมดุลดี และการออกแบบโดยรวมแล้วปากกาด้ามนี้มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น

จุดที่เป็นข้อเสียของปากการุ่นนี้โดยตรงอยู่ที่ขนาดของปากกา ซึ่งเล็กและถ้าใช้ไปนานๆ ก็มีเมื่อยบ้าง ต้องเขียนไปสักพักแล้วหยุกพักเป็นจังหวะ แต่นอกนั้นถือว่าทำผลงานได้ดีมากจนน่าประทับใจ ส่วนข้อเสียที่ไม่ใช่โดยตรงคือปากกาด้ามนี้ยังไม่มีวางจำหน่ายในไทย ใครที่คิดจะซื้อมาใช้ (รวมถึงทีมงานด้วย) หากปากกาเสียแล้ว การซ่อมก็เป็นไปด้วยความยากลำบากอย่างแน่นอน ไม่นับเรื่องของราคาที่แพงมาก

ผู้เล่นในตลาดที่มีปากกาซึ่งมีคุณสมบัติและวัสดุทัดเทียมกันสำหรับปากการุ่นนี้ นับว่าหาได้ยากมาก และทีมงานก็นึกไม่ออกว่าจะมีผู้เล่นในตลาดรายใดที่นำเสนอปากกาลูกลื่นด้วยวัสดุหรูหราและหายากเช่นนี้ ส่วนถ้าอยู่ในระดับเดียวกัน Montblanc Meisterstück 164 หรือ StarWalker ก็เป็นสองรุ่นที่ทีมงานพอจะนึกออกในเวลานี้ ด้วยราคาและคุณสมบัติที่ใกล้เคียงกันครับ

ข้อดีข้อเสีย
การออกแบบเป็นเอกลักษณ์ราคาแพง
ใช้ไส้แบบ G2 ทำให้หาเปลี่ยนได้ง่ายขนาดปากกาและการออกแบบ ไม่เอื้อต่อการใช้นานๆ
ให้สัมผัสวัสดุที่ดีมากในไทย ไม่มีการรับประกัน

เครดิตรีวิว

ศิระกร ลำใย – ถ่ายภาพ | ภัทรนันท์ ลิ้มอุดมพร – รีวิวและเรียบเรียง

สรุปรีวิว

ปากกาลูกลื่น Graf von Faber-Castell Classic Pernambuco

ความเห็นภาพรวม

ปากกาที่หรูหรา สมชื่อ ใช้งานได้ดี เหมาะสมกับผู้บริหาร อย่างไรก็ตามด้วยราคาที่สูงมาก ก็ทำให้เข้าถึงได้ยาก และปลายปากกามีขนาดที่เล็ก จับเขียนไปนานๆ แล้วเมื่อยมือ
ทีมงานไรท์ติ้งอินไทย
Writing in Thai (ไรท์ติ้งอินไทย) เว็บไซต์รวบรวมเรื่องราวของ ปากกา ปากกาหมึกซึม และเครื่องเขียนอื่นๆ สำหรับคนรุ่นใหม่ มีทั้งปากกาหมึกซึม ดินสอ ปากกาลูกลื่น ข่าว อัพเดต ความรู้ หมึก การเขียน รีวิว เทคนิค สาระและความรู้

ติดตามเราบน Facebook

เนื้อหายอดนิยม

รีวิว ปากกาหมึกเจลมูจิ (MUJI Gel Pen) ของดีที่ซื้อให้ก็ได้ ใช้เองก็ดี

ไรท์ติ้งอินไทย พาท่านพบกับ รีวิวเครื่องเขียน ที่ครั้งนี้เป็น ปากกาหมึกเจลมูจิ (MUJI Gel Ink Pen) ยอดนิยม ที่เขียนได้ดี ใช้ง่าย ใช้เองก็ได้ ให้คนอื่นก็ดี

4 ร้านเครื่องเขียนแห่ง “สามย่านมิตรทาวน์” ที่ไม่ควรพลาด

สามย่านมิตรทาวน์ (Samyan Mitrtown) จุดนัดพบแห่งใหม่เปิดตัวแล้ว ไรท์ติ้งอินไทยขอแนะนำ 4 ร้านเครื่องเขียนที่ตั้งอยู่ในห้าง สำหรับผู้ชื่นชอบที่ไม่ควรพลาด

รีวิว Mahasamud สมุดจดสำหรับคนรักปากกาหมึกซึม

ไรท์ติ้งอินไทย รีวิว Mahasamud สมุดจดสำหรับคนที่ชื่นชอบปากกาหมึกซึม ผลิตโดยเจ้าของเพจปากกาหมึกซึมสยาม เพื่อแฟนานุแฟนของปากกาหมึกซึมโดยเฉพาะ

5 เหตุผลที่คุณควรใช้ “ปากกาหมึกซึม”

ไรท์ติ้งอินไทย ขอเสนอ 5 เหตุผลที่คุณควรใช้ปากกาหมึกซึม เป็นหนึ่งในเครื่องเขียนหลักในชีวิตประจำวัน นอกเหนือไปจากปากการูปแบบที่คุณคุ้นเคย

LAMY studio glacier รุ่นพิเศษประจำปีนี้ เปิดตัวแล้ว เริ่มต้น 1,600 บาท

LAMY เปิดตัว studio glacier Special Edition รุ่นสีประจำปี 2020 ใช้สีน้ำเงินเจือเทาเป็นหลัก มีทั้งปากกาลูกลื่น ปากกาหมึกซึม และโรลเลอร์บอล เริ่มต้น 1,600 บาท

บทความที่เกี่ยวข้อง