แม้การนำเอาสินค้าและวัตถุดิบกลับมาใช้ใหม่ (recycle) จะไม่ใช่แนวคิดใหม่ แต่การรังสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ จากวัสดุเหลือใช้ เป็นสิ่งน่าสนใจอยู่เสมอ เพราะไม่ใช่แค่การทำให้วัสดุในผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมกลับไปเป็นวัสดุเดิมเท่านั้น แต่มันคือการต่อยอด ทำให้วัสดุกลายเป็นวัตถุสิ่งใหม่ขึ้นมา Caran d’Ache 849 Nespresso Limited Edition ก็เช่นเดียวกัน เนื่องจากเป็นการนำเอาอะลูมิเนียมในแคปซูลของ Nespresso มาหลอม แล้วทำเป็นปากกาขึ้นมา

ไรท์ติ้งอินไทย มาพร้อมกับรีวิวปากกาด้ามนี้ ที่เป็นเสมือนหนึ่งจุดบรรจบระหว่างปากกาและแคปซูลกาแฟ

ข้อมูลแจ้งเพื่อทราบ: รีวิวนี้ เขียนจากประสบการณ์ตรงของทีมงาน และไม่ได้รับการสนับสนุนใดๆ ในทางการเงินจากแบรนด์หรือตัวแทนจำหน่าย ยกเว้นข้อมูลในทางประวัติศาสตร์และภาพประกอบเนื้อหาบางชิ้นที่ต้องได้รับอนุญาตเท่านั้น (ระบุไว้ใต้ภาพแล้ว)

รู้จักกับ Caran d’Ache 849 Nespresso

ไรท์ติ้งอินไทย รายงานความเคลื่อนไหวของปากการุ่นนี้มาโดยตลอด ตั้งแต่การเปิดตัวไปจนถึงการวางจำหน่ายในประเทศไทยผ่านตัวแทนรายสำคัญ คือ Capital Good Rich แต่เพื่อความสะดวกขออนุญาตท่านผู้อ่าน สรุปความเคลื่อนไหวและรายงานข้อมูลที่เกี่ยวข้องอีกครั้งหนึ่ง

Caran d’Ache เป็นผู้ผลิตปากกาจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่มีประวัติมายาวนาน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1915 และมีความชำนาญในการผลิตดินสอ ต่อมาหันมาผลิตปากกาในปี ค.ศ. 1953 จากรุ่น Ecridor ก่อนที่จะเป็นปากกาลูกลื่น 849 ในปี ค.ศ. 1969 และปากกาหมึกซึม 849 ในปี ค.ศ. 2017

ปากกาลูกลื่น 849 ถือเป็นปากกายอดนิยมของนักสะสม ด้วยเอกลักษณ์การออกแบบที่จำลองและเลียนแบบมาจากดินสอไม้ที่ใช้เหลาในดินสอกบ รวมถึงยังมีสีสันหลากหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็นรุ่น 849 Paul Smith ยอดนิยมของหลายคน, 849 Alexander Girard ที่เป็นลายออกแบบของ Girard ศิลปินชาวอเมริกัน

849 Alexander Girard
849 Alexander Girard

และหนึ่งในปากกาที่ถูกเปิดตัวในปีนี้ และสามารถเรียกความสนใจได้เป็นอย่างดีจากสาธารณะ คือปากกาลูกลื่นรุ่น 849 Nespresso Limited Edition ที่เป็นความร่วมมือระหว่างบริษัท และ Nestlé เจ้าของแบรนด์กาแฟแคปซูลชื่อดัง Nespresso เนื่องจากเป็นการนำเอาแคปซูบกาแฟที่ผลิตมาจากอะลูมิเนียม นำมาหลอมแล้วกลับมาใช้ใหม่ โดยสร้างเป็นปากกาลูกลื่นรุ่นนี้ โดยประกาศเปิดตัวไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

849 Nespresso
849 Nespresso

ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นไปตามโครงการ Second Life ที่นำเอาแคปซูลเก่าของ Nespresso กลับมาใช้งาน สำหรับฝั่ง Nestlé ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะบริษัทก็ร่วมมือกับ Victorinox แบรนด์ผลิตมีดอเนกประสงค์ของสวิตเซอร์แลนด์มาก่อนแล้วในการนำเอาแคปซูลกาแฟที่เหลือมาทำเป็นสินค้าใหม่ เพื่อเป็นการตอบกลับเสียงวิจารณ์ที่ว่า กาแฟแบบอัดลงแคปซูลเหล่านี้สร้างมลภาวะทางสิ่งแวดล้อมให้มากกว่าที่คิด โครงการนี้เปิดตัวมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2015 และทำต่อเนื่องเรื่อยมา

ปากการุ่นนี้จึงเป็นเสมือนคำตอบของทาง Nestlé ที่พยายามชี้ให้เห็นว่าอันที่จริงแล้ว แคปซูลของบริษัทสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ในรูปแบบการสรรสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ในฝั่งของ Caran d’Ache เอง ซึ่งทำงานร่วมกันในการนำเอาวัสดุมาใช้ ก็ระบุว่านี่เป็นเรื่องที่ดี อย่างไรก็ตามบริษัทต้องควบคุมคุณภาพของวัตถุดิบที่นำกลับมาใช้ ซึ่งต้องผ่านคุณภาพของปากการุ่น 849 ที่ปกติบริษัทก็ใช้อะลูมิเนียมเป็นวัสดุหลักด้วย

ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นปีแรก จากนี้ทั้งสองบริษัทจะร่วมกันผลิตปากกาสีต่างๆ โดยใช้สีของแคปซูลต่างๆ ออกมาในแต่ละปี ซึ่งจะผลิตจำนวนจำกัด (ทั้งสองบริษัทยังไม่ระบุว่าจะทำโครงการนี้ต่อเนื่องนานเท่าใด) และปีนี้สีที่ถูกเลือกออกมาเป็นสี Dharkan Blue ตามชื่อสีของแคปซูลที่วางจำหน่าย

แคปซูล Dharkan (ภาพจาก Nespresso)
แคปซูล Dharkan (ภาพจาก Nespresso)

บรรจุภัณฑ์และตัวปากกา

กล่องบรรจุภัณฑ์
กล่องบรรจุภัณฑ์

บรรจุภัณฑ์ของปากการุ่นนี้มีความแตกต่างจากบรรจุภัณฑ์ปกติของปากกาลูกลื่น 849 โดยทั่วไป เนื่องจากเป็นการทำงานร่วมกับทาง Nestlé ทำให้มีการควบคุมและกำกับการออกแบบผลิตภัณฑ์แบบเดียวกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ (มีดอเนกประสงค์ของ Victorinox ก็เช่นเดียวกัน)

ด้านหน้ากล่องถูกเจาะเป็นลักษณะของแคปซูลพร้อมกับพิมพ์ร่างปากกาเอาไว้ ตัวกล่องทำมาจากกระดาษรีไซเคิลสีน้ำตาล ส่วนด้านหลังมีการพิมพ์ข้อความเอาไว้ โดยเป็นรายละเอียดของปากการุ่นนี้ รวมถึงข้อมูลโดยย่อ

ด้านหลังของกล่อง
ด้านหลังของกล่อง

ด้านข้างกล่องระบุว่าเป็นรุ่นผลิตจำนวนจำกัด กล่องรีไซเคิล และเป็นรุ่นแรก (Series No. 01) ของปากการุ่นนี้

ด้านข้างกล่อง
ด้านข้างกล่อง

เมื่อเปิดออกมาด้านใน จะพบกับบรรจุภัณฑ์ที่ทำมาจากกระดาษรีไซเคิลสีดำ และมีปากกาอยู่ในกล่องวางไว้ตรงกลาง รอยตัดและลักษณะพอดีกันทั้งหมด

เปิดกล่อง
เปิดกล่อง

ตัวปากกามีลักษณะเหมือนกับปากกาลูกลื่น 849 รุ่นอื่นๆ ทุกประการ กล่าวคือ มีลักษณะเลียนแบบเหมือนดินสอ ตัวด้ามใช้วัสดุเป็นอะลูมิเนียมพ่นสี พื้นผิวเป็นแบบหยาบ (textured) ตกแต่งด้วยคลิปและที่กดสีโลหะเงิน ตัดกันอย่างสวยงาม

ด้านล่างของแหนบ/คลิปหนีบปากกา มีการพิมพ์คำว่า “849 Caran d’Ache” เอาไว้ ส่วนเหนือคลิปมีการพิมพ์คำว่า “SWISS MADE” เอาไว้ สีทั้งหมดเกิดจากการยิงสลักด้วยเลเซอร์ ทำให้คมชัดและมีความเป็นเอกลักษณ์

ด้านหลังมีการแกะสลัก ยิงเลเซอร์ชัดเจน เขียนว่า “Made with recycled Nespresso capsules” ซึ่งตรงนี้ทีมงานไรท์ติ้งอินไทยมีอาการเสียงแตกเกิดขึ้น ระหว่างคนที่ไม่ชอบกับคนที่รู้สึกเฉยๆ สำหรับผู้เขียนรู้สึกว่าเฉยๆ กับการแกะสลักลายในจุดนี้ครับ

ด้านหลัง สลักเลเซอร์คำว่า "Made with recycled Nespresso capsules."
ด้านหลัง สลักเลเซอร์คำว่า “Made with recycled Nespresso capsules.”

การเปลี่ยนไส้ของปากกาลูกลื่น 849 ในทุกรุ่น คือการหมุนส่วนหัวกดออกมา เพื่อเปลี่ยนไส้ ตัวเกลียวที่ใช้เป็นพลาสติกหมุนเข้าไปในตัวด้ามโลหะ ทีมงานเคยตั้งคำถามถึงการออกแบบลักษณะนี้มาครั้งหนึ่งแล้วในรีวิว Alchemix ว่าจะทนทานยาวนานเพียงใด ในกรณีของปากการุ่นนั้นทีมงานยังไม่มีคำตอบ แต่กับ 849 ทีมงานมีความเชื่อว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย เพราะด้ามที่ทีมงานใช้มานานกว่า 10 ปี ก็ไม่เคยมีปัญหาแต่อย่างใด

ความแตกต่างอย่างสำคัญระหว่างปากกาลูกลื่น 849 รุ่นทั่วไป และ 849 Nespresso คือเรื่องของพื้นผิวที่มีลักษณะขรุขระเล็กน้อย ไม่ใช่พื้นผิวที่เรียบสนิท ส่วนความแตกต่างระหว่างปากกาลูกลื่น 849 รุ่นดั้งเดิม คือลักษณะของคลิปที่โค้งออกมาเล็กน้อย ไม่แบนเรียบขนานไปกับตัวด้าม โลโก้ของแบรนด์ Caran d’Ache มีการเปลี่ยนแปลงไป รวมถึงสัมผัสของน้ำหนักที่รุ่นใหม่มักจะสัมผัสเบากว่าเล็กน้อย

ตัวปากกามาพร้อมกับไส้หมึกลูกลื่น Goliath สีน้ำเงินขนาดเส้น Medium แถมมาในตัว 1 ไส้ สามารถซื้อไส้เปลี่ยนได้ภายหลัง โดยมีทั้งสีน้ำเงินและสีดำ ขนาดเส้น Fine และ Medium

ทดสอบเขียนและใช้งานจริง

ในการทดสอบเขียน ทีมงานยังคงทดลองเขียนบนกระดาษ Quality  A4 ที่ความหนา 80 gsm ซึ่งผลการทดสอบออกมาก็ยังให้ความน่าประทับใจเช่นเดิม ไส้ปากกาเขียนได้ลื่น แม้ตัวสีที่ออกมาจะอ่อนไปนิดหน่อยก็ตาม

ในการใช้งานจริง ด้วยผิวที่ขรุขระ (textured) ก็ทำให้ปากกาด้ามนี้มีสัมผัสที่แตกต่างไปจาก 849 รุ่นอื่นๆ ที่ทีมงานเคยใช้มา ให้สัมผัสที่ดีมากในการเขียนครับ อย่างไรก็ตามด้วยตัวปากกาที่จำลองมาจากดินสอ พอจับไปนานๆ ระยะหนึ่ง ก็จะเกิดอาการเมื่อยขึ้นได้ เนื่องจากตัวด้ามมีขนาดเล็กครับ (Alchemix จับสบายกว่าชัดเจน)

ราคาและสถานที่จำหน่าย

ไรท์ติ้งอินไทยได้ปากกาด้ามนี้มาจาก Capital Good Rich หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายจากงาน Bonjour France 2018 ด้วยราคา 1,400 บาท (ปัดเศษลงแล้ว) ซึ่งเป็นราคาลด 20% จากราคาที่ 1,770 บาท อันเป็นราคาปกติของปากกาด้ามนี้ ราคานี้ไม่ต่างจากที่ต่างประเทศเท่าใดนัก และตามนโยบายของสินค้าลักษณะนี้ (สินค้า co-brand) มักจะไม่มีการลดราคาแต่อย่างใด แต่ตัวแทนจำหน่ายอาจมีการจัดโปรโมชั่นของสินค้าตามช่วงเวลาที่เห็นสมควรได้ครับ

อนึ่ง ทีมงานส่งเสริมให้ท่านผู้อ่าน อุดหนุนตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ไม่ว่าจะเป็นค่ายไหนก็ตาม เพื่อให้ผู้ประกอบการอยู่รอดได้และสามารถนำเอาสินค้าดีๆ เข้ามาในประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่อง

สรุป

โดยภาพรวม ทีมงานมีความประทับใจกับปากกาลูกลื่น 849 Nespresso ไม่แพ้ปากกาลูกลื่น 849 ตัวอื่นๆ จุดที่โดดเด่นคงเป็นเรื่องของสีและผิวสัมผัสของตัวปากกาที่มีความแตกต่างจากรุ่นอื่นๆ อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม การพิมพ์ข้อความว่า “Made with recycled Nespresso capsules” ด้วยเลเซอร์ที่ลบไม่ได้ ย่อมทำให้ใครหลายคนหงุดหงิดใจได้เป็นธรรมดา

เรื่องของประสิทธิภาพ 849 Nespresso ทำได้ดีและคงเส้นคงวา เหมือนกับปากกาลูกลื่นอื่นๆ ของค่าย ด้วยประสิทธิภาพของไส้ปากกาที่เขียนได้ลื่น เขียนได้ดี และทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ

จุดชี้ขาดจึงมาอยู่ที่ว่า สมควรที่จะซื้อหรือไม่ ในมุมมองของทีมงาน หากปากการุ่นนี้เป็นรุ่นวางจำหน่ายโดยทั่วไป และไม่ใช่รุ่นที่ผลิตจำนวนจำกัด การขายที่ราคา 1,770 บาท (ก่อนมีส่วนลด) ถือว่าเป็นการขายที่เกินราคาค่าตัว (overprice) ไปมาก แต่หากพิจารณาว่าปากการุ่นนี้ผลิตออกมาจำนวนจำกัด จึงกลายเป็นว่าปากการุ่นนี้มีคุณค่าในฐานะของสะสมไปในตัวด้วย

หากท่านเป็นคนที่ชอบสะสมปากกาอยู่แล้ว ปากการุ่นนี้ตอบโจทย์ของท่านอย่างแน่นอน แต่ถ้าท่านอยากได้ปากกาที่เขียนได้ดีในระดับเดียวกัน โดยไม่ต้องจ่ายแพงเพื่อลวดลาย สี หรือรุ่นพิเศษ ปากกาลูกลื่น 849 รุ่นอื่นๆ สีอื่นๆ สามารถตอบโจทย์ความต้องการของท่านได้แน่นอน

ข้อดีข้อเสีย
สีเป็นเอกลักษณ์ราคาสูง
เขียนลื่นดีมากการสลักลายที่บางคนอาจไม่ชอบ
สัมผัสของปากกาแตกต่างจากรุ่นอื่นตัวปากกาที่เล็ก ทำให้เขียนนานๆ มีเมื่อยได้