ในรีวิวนี้ ผู้เขียนจะทดลองหมึก Robert Oster Blue Lagoon สีฟ้าอ่อน หรือสีน้ำเงินอมเขียว (Turquoise) ที่มีความสวยงามในสีสัน การให้น้ำหนัก ระดับสี และได้รับแรงบันดาลใจมาจากสถานที่ทางธรรมชาติในออสเตรเลีย

รู้จักกับ Robert Oster Blue Lagoon

Robert Oster เป็นผู้ผลิตหมึกปากกาจากประเทศออสเตรเลีย ที่ริเริ่มทำหมึกเพื่อสานต่อในความชอบในปากกาหมึกซึมมาเป็นเวลานาน และเริ่มนำหมึกจำหน่ายในปี ค.ศ. 2016 (เว็บไซต์ผู้ผลิต) ถึงแม้ว่าจะพึ่งเปิดตัวไม่นานนัก แต่ก็เป็นที่กล่าวถึงในกลุ่มผู้ใช้ปากกาในต่างประเทศ หมึกของแบรนด์สีต่าง ๆ นั้นสะท้อนถึงสีที่อิงกับธรรมชาติและสิ่งต่าง ๆ ในออสเตรเลีย และตัวหมึกเองก็ให้ความโดดเด่นของเงา การไล่ระดับ และความเปล่งประกายที่เกิดจากหมึก (Shade & Sheen) ที่สวยงาม

Robert Oster Blue Lagoon

สำหรับหมึกสี Blue Lagoon นั้น เป็นสีหมึกสีฟ้าอ่อน/สีน้ำเงินอมเขียว (Turquoise) สีหนึ่ง ที่จินตนาการมาจากสีของทะเลสาบน้ำเค็มในออสเตรเลีย โดยสี Blue Lagoon เองก็ยังมีความแตกต่างกับสี turquoise อื่น ๆ ทั้งที่ผลิตโดย Robert Oster หรือผู้ผลิตหมึกรายอื่น ๆ เช่น หมึก Montblanc UNICEF Blue ที่มีความอ่อนและดูสดใสกว่า และเป็นสีของ Unicef หรือหมึก Pilot Iroshizuku Kon-Peki ที่รับแรงบันดาลใจจากสีท้องฟ้าในญี่ปุ่น เป็นต้น

แหล่งจำหน่ายและขวดหมึก

ร้าน The Pips Café Thailand ณ อาคารธนิยะพลาซ่า สีลม ถือเป็นตัวแทนจำหน่ายหมึก Robert Oster ในประเทศไทย โดยหมึกสีดังกล่าวจำหน่ายอยู่ที่ ฿520 ต่อขวด 50 ml. (ราคา ณ ตุลาคม พ.ศ. 2561)

เทียบขวดหมีก Robert Oster กับ Lamy Red และ Pelikan 4001 Royal Blue

ขวดหมึกจะมีลักษณะเป็นทรงกระบอกเรียวยาว ที่สูงกว่าขวดหมึกอื่น ๆ ทำจากพลาสติก จึงทำให้มีนำ้หนักเบากว่าขวดที่ทำจากแก้ว และใช้พื้นที่จัดเก็บน้อยกว่าขวดหมึกทั่วไป

ทดสอบการเขียน

ข้อแนะนำ: ภาพสแกน (โดย Epson L220) การปรับสีและความสว่างของจอคอมพิวเตอร์หรือมือถือ ปากกา กระดาษที่ใช้ ย่อมมีผลต่อสีที่ท่านได้รับชม

ในการทดสอบ ผู้เขียนใช้ปากกา Caran d’ache 849 หัวขนาด Medium เขียนทดสอบ ควบคู่กับกระดาษสมุด Rollbahn ความหนา 70 แกรม ควบคู่กับตัวอย่างอักษรวิจิตร (Calligraphy) จากปากกา Automatic Pen หัวขนาด 4.5 mm. กับกระดาษ Canson Fineface ขนาด 100 ปอนด์

ทดสอบการเขียน

จากการทดลองเขียน หมึก Robert Oster: Blue Lagoon ถือเป็นหมึกตัวหนึ่งที่เขียนได้ดีและน่าประทับใจ นํ้าหมึกไหลลื่นโดยไม่มีความหนืดหรือข้น และไม่มีอาการเส้นแตก นอกจากนี้ผู้เขียนมองว่ามันเป็นหมึกที่สีสวยงามสีหนึ่งเท่าที่เคยใช้เลยทีเดียว หมึกนั้นมีความหนักเบาของสี (Shade) ที่สวยงาม โดยสามารถทำให้ได้สีนำ้เงินอมเขียว (Turquoise) ที่ไล่ระดับทั้งอ่อนไปยังสีที่เข้ม ในบางช่วงของการเขียนสามารถทำให้ได้สีนำ้เงินเข้มไปจนถึงสีฟ้าอ่อนเลยทีเดียว

ทดสอบการเขียน

และเมื่อลองใช้กับปากกาสำหรับเขียนอักษรวิจิตร (Calligraphy) นั้น โดยคุณสมบัติในการจ่ายหมึกที่มากกว่าปากกาหมึกซึม จึงทำให้เห็นความหนักเบาของสีเป็นพิเศษจากอ่อนไปยังเข้ม และยังเห็นเงาประกาย (Sheen) ของหมึกที่มีความเป็นสีน้ำเงินปนแดงอยู่ตรงบริเวณขอบเส้นด้วย

ทดสอบ Calligraphy
ทดสอบ Calligraphy

ดังนั้น Blue Lagoon จึงเป็นหมึกที่ผู้เขียนมองว่าสวยงาม ทั้งในการไล่ระดับสี ความเข้มข้นในเนื้อสีของมันเอง และเป็นสีที่รู้สึกสดใส น่ารัก เหมาะกับการเขียนทั่วไปหรือใช้งานการสร้างสรรค์ งานอดิเรกอื่น ๆ แต่อาจไม่เหมาะกับการใช้ในเอกสารที่เป็นทางการ

แต่ทว่า หมึกตัวนี้ถือเป็นหมึกที่แห้งช้า จากการทดสอบใช้เวลาเกือบ​ 40 วินาทีก่อนที่จะแห้งสนิท จึงต้องใช้เวลาซักพักก่อนเปลี่ยนหน้ากระดาษ (ดังรูป) และไม่มีคุณสมบัติในการกันน้ำแต่อย่างไร ผู้เขียนลองหยดน้ำแล้วพบว่าสีหมึกจางละลายออกในเวลาอันสั้น จึงไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหมึกที่ทนทานเป็นพิเศษ

สรุป

ขวดหมึกกับปากกาที่ใช้ทดสอบ
ขวดหมึกกับปากกาที่ใช้ทดสอบ

Robert Oster Blue Lagoon เป็นหมึกที่มีทั้งความสวยงามและเป็นมิตรต่อปากกาของท่าน เป็นหมึกที่ดีสำหรับการเขียนทั่วไป การใช้ในงานอดิเรก รวมไปถึงงานศิลปะต่าง ๆ เนื่องด้วยสีที่สวยงาม ให้ระดับสีได้อย่างสวยงาม ง่ายต่อการทำความสะอาด อย่างไรก็ตาม หมึกตัวนี้ใช้เวลาแห้งนาน และไม่กันน้ำแต่อย่างไร จึงไม่เหมาะกับการใช้ในเอกสารที่เป็นทางการหรืองานเขียนที่ต้องการความคงทน

Facebook Comments