ไรท์ติ้งอินไทยเคยรีวิวปากกาและหมึกจากค่าย Pilot ผู้ผลิตเครื่องเขียนรายใหญ่จากประเทศญี่ปุ่นไปบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Vanishing Point หรือ Metropolitan คราวนี้จะเป็นการรีวิวปากกาหมึกซึมที่หาซื้อได้ในประเทศไทยจากค่าย Pilot บ้าง นั่นก็คือ Pilot Petit1 ครับ

รู้จักกับ Pilot Petit1

ตราสัญลักษณ์ของบริษัท
ตราสัญลักษณ์ของบริษัท

หากกล่าวถึง Pilot หลายท่านย่อมรู้จักในฐานะ 1 ใน 3 ผู้ผลิตเครื่องเขียนรายใหญ่จากญี่ปุ่น ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1918 และปัจจุบันถือเป็นหนึ่งในบริษัทที่ผลิตเครื่องเขียนรายสำคัญของโลก ด้วยเครื่องเขียนตั้งแต่ดินสอ ปากกา ปากกาหมึกซึม ไปจนถึงเครื่องประดับ และแบรนด์ลูกอย่าง Namiki ที่ผลิตปากกาหมึกซึมระดับงานศิลปะไว้ให้เป็นเจ้าของกันด้วย

สำหรับ Pilot Petit เป็นกลุ่มเครื่องเขียนราคาถูกของบริษัท เคยทำการปรับปรุงมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อช่วงปี ค.ศ. 2011 วางตัวเองแข่งกับเครื่องเขียนในตลาดอย่าง Platinum Preppy ด้วยรูปแบบการเขียนที่หลากหลาย มีทั้งหมด 3 แบบด้วยกัน (อ้างอิง) ได้แก่

  • Petit1 เป็นปากกาหมึกซึม (ใช้ในรีวิวนี้) หัวปากกาทำมาจากโลหะเป็นเหล็กกล้าไร้สนิม (stainless steel)
  • Petit2 เป็นปากกาที่เรียกว่า “sign pen” หรือปากกาไว้สำหรับเซ็นชื่อโดยเฉพาะ หัวปากกาสร้างจากไฟเบอร์แบบพิเศษที่มีความแข็งเป็นพิเศษ ถูกจัดไว้ในกลุ่มเดียวกับปากกามาร์กเกอร์อย่าง Sharpie (ปากกาที่ประธานาธิบดีสหรัฐ Donald J. Trump ชอบใช้)
  • Petit3 เป็นปากกาที่เรียกว่า “Fude brush pen” ทำมาจากไฟเบอร์เช่นกันแต่อ่อนกว่าตัวก่อนหน้า ทำให้หัวปากกามีความยืดหยุ่น ได้เส้นที่หลากหลาย เหมาะกับงานเขียนตัวอักษรลายศิลปะ (calligraphy) มากกว่า

ปากกาทั้ง 3 แบบนี้ใช้งานโดยใช้หมึกชุดเดียวกันทั้งหมดแบบเดียวกับ Preppy จึงทำให้สามารถซื้อหมึกชุดเดียวมาใส่ได้ทั้งหมด รองรับกับเฉพาะหมึกหลอดของ Pilot ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับปากการุ่นนี้เท่านั้น ตัวหลอดจะมีขนาดเล็กกว่าปกติพอสมควร

หมึก Pilot Petit
หมึก Pilot Petit

สาเหตุที่ตัวหมึกหลอดมีขนาดเล็กกว่าหลอดปากกาหมึกซึมตามปกติของบริษัท นั่นก็เพราะขนาดของปากกาที่มีขนาดเล็กมาก ซึ่งเป็นข้อเด่นของปากการุ่นนี้ ทำให้พกพาได้ง่ายและมีขนาดเบานั่นเอง

ปัจจุบันบริษัทวางจำหน่ายปากการุ่นนี้ด้วยกันทั้งหมด 8 สี คือ สีแดง, สีชมพู, สีเหลืองส้ม, สีเขียว, สีดำ, สีน้ำเงิน, สีฟ้าน้ำทะเล และสีเขียว ส่วนในประเทศไทยวางจำหน่ายเฉพาะรุ่นที่นำมารีวิว และมีเฉพาะบางสีเท่านั้น ต้องตรวจสอบกับทางบริษัทไพล็อต เพน (ประเทศไทย) จำกัด อีกครั้งหนึ่งครับ

รุ่นที่นำมารีวิวนี้มีรหัส SP-30F-R โดยตัวอักษรสุดท้ายบ่งบอกสี ซึ่งเป็นสีแดง (Red) ครับ ทั้งนี้ หมึกที่ติดมากับปากกาในตอนแรก จะเป็นสีที่ตรงกับตัวด้ามของปากกาและรางจ่ายหมึก (feed) ด้วย

ข้อมูลจำเพาะของปากกา

  • วัสดุ: พลาสติก
  • หัวปากกา: เหล็กกล้าไร้สนิม
  • ระบบเติมหมึก: หมึกหลอดเฉพาะ Petit1 เท่านั้น
  • ความยาวปากกา (ปิดปลอก): 10.77 ซม.
  • ความยาวปากกา (เสียบปลอกปากกาไว้ด้านหลัง): 13.23 ซม.
  • ความยาวปากกา (ไม่รวมปลอก): 9.45 ซม.
  • เส้นผ่าศูนย์กลางตามขวางของปากกา (กว้างที่สุด): 13.4 ซม.
  • น้ำหนัก: 7 กรัม (ไม่รวมหมึก) / 10 กรัม (รวมหมึกแล้ว)

รูปลักษณ์ของปากกา

เนื่องจากปากกาจำหน่ายมาโดยไม่มีบรรจุภัณฑ์ (หีบห่อ) ใดๆ ดังนั้นทีมงานจึงขออนุญาตข้ามในส่วนนี้ และตรงมาที่ตัวปากกาโดยตรง ซึ่งผลิตโดยใช้วัสดุเป็นพลาสติกหนาทน (แนวทางเดียวกับ Preppy) และมีสีที่หลากหลาย ทรงปากกาเป็นรูปตอร์ปิโด เลียนแบบปากกาโดยทั่วไป

ส่วนหัวปากกาก็มีแหนบที่เป็นพลาสติกเช่นกัน ค่อนข้างยืดหยุ่น ทั้งตัวด้ามและกลไกต่างๆ โปร่งใส สามารถมองเห็นเข้าไปภายในได้ทั้งหมด

ที่ตัวด้าม มีการพิมพ์ตราสัญลักษณ์ของรุ่นเอาไว้ด้วย เป็นสีขาวบางๆ

เมื่อเปิดปากกาออกมา จะพบกับหัวปากกาที่ทำมาจากเหล็กกล้าไร้สนิม มีขนาดเส้นเดียวคือ Fine เท่านั้น

ส่วนรางจ่ายหมึก (feed) เป็นพลาสติก ใช้สีตรงกับสีของปากกาที่มาตั้งแต่แรก หัวปากกาจะเกาะอยู่กับตัวรางจ่ายหมึก ถ้าอยากดึงทั้งหัวปากกาและรางจ่ายหมึกออกมาแช่ทำความสะอาดก็สามารถทำได้ไม่ยาก เพราะบริษัทออกมาให้เป็นแบบใส่ลงไปได้ตรงๆ (friction-fit) ใส่ในมุมไหนก็ได้ตามใจชอบ

เห็นขนาดอย่างนี้ หลายคนอาจจะยังไม่เห็นภาพ เพื่อให้เห็นชัดเจนทีมงานขออนุญาตเทียบกับปากกาด้ามโปรดของทีมงาน ปากกาหมึกซึม Caran d’Ache 849 ซึ่งจะเห็นได้ว่าตัวปากกามีขนาดเล็ก คิดเป็นเพียง 2 ใน 3 โดยประมาณของ 849 เท่านั้น

ด้วยความที่ตัวด้ามเล็ก ท่าเดียวที่จะสามารถทำให้เขียนได้อย่างสะดวก คงเลี่ยงไม่พ้นการต้องเสียบปากกา (posted) เอาไว้ด้านหลัง ซึ่งจะทำให้เขียนได้แน่นอน หากท่านเป็นคนที่มีมือใหญ่พอสมควร โอกาสที่จะไม่ชอบปากกาด้ามนี้ย่อมมีมากอยู่

ข้อสังเกตอย่างหนึ่งคือ แม้ปากการุ่นนี้จะจำหน่ายในฐานะปากกาสีแดง แต่ทีมงานมีความรู้สึกว่าโทนสีกลับออกไปในทางสีส้มเข้มมากกว่า ไม่ใช่สีแดงอย่างที่บริษัทบอกไว้แต่อย่างใด

ทดสอบเขียนจริง

ทีมงานเลือกใช้หมึกสีส้ม (ราคา 15 บาท) กับปากกาด้ามนี้ และทดสอบการเขียนบนกระดาษยี่ห้อ Quality ที่ขนาด A4 ความหนา 80 แกรม

ผลการทดสอบอย่างแรกที่ทีมงานแปลกใจ คือ หัวของปากกาที่แม้จะระบุว่า Fine แต่ขนาดของเส้นกลับไม่ใช่ Fine ในแบบของญี่ปุ่น ติดออกไปในทางตะวันตกมากกว่า ในแง่หนึ่งปากการุ่นนี้วางจำหน่ายทั่วโลก ทำให้ทีมงานคาดว่าขนาดเส้นที่ได้อาจต้องเป็นขนาดเส้นแบบที่ใช้กันในสากล

ประการต่อมาเป็นเรื่องของหัวปากกาที่แทบไม่มีความยืดหยุ่น แข็ง หลายคนอาจจะไม่ชอบนักกับหัวปากกาแบบนี้ แต่ความแข็งที่ว่าก็ไม่ได้แปลว่าปากกานี้จะไม่ดี ตรงกันข้าม ปากกาหมึกซึมด้ามนี้เขียนได้ลื่น เขียนได้ดี ไม่มีปัญหาในทุกองศาและมุมการเขียน เรียกว่าทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ

การเขียนกลับด้าน (reverse writing) แม้จะรู้สึกหยาบ (scratchy) มากกว่า แต่ก็ยังเขียนได้ดี ขนาดเส้นเล็กลงเล็กน้อย ถือว่าทำผลงานได้ดีครับ

สำหรับตัวหมึกสีส้มนี้ ทีมงานมีความเห็นว่าแม้จะใช้เขียนได้ดี แต่ในสถานการณ์กระดาษสีนวลตา (เหลือง) และแสงนวล (เหลือง) จะทำให้อ่านยากมากครับ ดังนั้นถ้าจะใช้หมึกสีนี้อาจจะต้องคิดเล็กน้อย นอกจากนั้นน้ำหมึกที่อยู่ในตัวหลอดปากกาเองก็ใส่มาไม่เต็ม มีน้อย อาจจะต้องเปลี่ยนหมึกบ่อยกว่าที่คาด

ราคาและการจัดจำหน่าย

ที่ผ่านมา เรารีวิวปากกาของ Pilot ไปหลายรุ่นที่ไม่มีวางจำหน่ายในประเทศไทย อย่างไรก็ตามสำหรับปากการุ่นนี้มีวางจำหน่าย แต่จำหน่ายเฉพาะที่อาคารสำนักงานใหญ่ บริษัท ไพล็อต เพ็น (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น (อาคารตั้งอยู่ที่สีลม ข้างอาคารสำนักงานใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ)

ราคาจำหน่ายเฉพาะตัวปากกาอยู่ที่ 150 บาท แต่ตอนนี้บริษัทลดราคาลงเหลือเพียง 75 บาท และหมึกหลอดวางจำหน่ายที่กระปุกละ 15 บาท ด้านในมีหมึกทั้งหมด 3 หลอดด้วยกัน

สรุป

โดยภาพรวม ทีมงานชอบปากกาด้ามนี้มากในความง่ายของการใช้งาน และการเขียนที่ลื่น เกินราคาค่าตัวของปากการุ่นนี้ไปมากโข เรียกว่าเป็นปากกาที่ใช้งานได้ง่าย ไม่ต้องคิดมากแต่อย่างใด

ทว่า ปากการุ่นนี้ใช่ว่าจะไม่มีข้อเสีย ข้อเสียที่ว่ามาจากขนาดของตัวปากกาเองที่ถ้าจะใช้ในเวลานานๆ ก็อาจจะลำบากหน่อย มากกว่านั้นคือหมึกหลอดที่ต้องใช้ของบริษัทออกแบบเท่านั้น ก็เป็นอันหนึ่งที่เป็นจุดด้อยของปากการุ่นนี้

ถ้าถามว่าปากการุ่นนี้เหมาะสมกับใคร คำตอบก็คงเป็นคนที่เริ่มต้นอยากเรียนรู้เรื่องปากกาหมึกซึมแบบเดียวกับ Preppy แต่เพิ่มความง่ายในการใช้งาน และขนาดที่พกพาไปมาอย่างสะดวกนั่นเอง นับว่าเป็นปากกาที่ใช้ง่ายๆ ไม่ต้องคิดมาก และด้วยราคาค่าตัวที่ 75 บาท และหมึกหลอดที่กระปุกละ 15 บาท นี่คือหนึ่งในปากกาหมึกซึมราคาถูกที่เขียนได้ดีและมีประสิทธิภาพอย่างมากจนน่าประทับใจ

ข้อดีข้อเสีย
ใช้งานได้ดี เขียนได้ลื่นขนาดเล็ก ใช้งานอาจไม่สะดวก
ราคาถูก เหมาะกับมือใหม่หัวปากกาไม่มีความยืดหยุ่น
น้ำหนักเบา ใช้งานนานๆ แล้วไม่เมื่อยหมึกหลอดของบริษัทเท่านั้น

 

Facebook Comments