26 พฤษภาคม 2020
รายงานพิเศษ เปลี่ยนตัวแทนจำหน่ายลามี่ (LAMY) ในไทย ใครได้? ใครเสีย?

เปลี่ยนตัวแทนจำหน่ายลามี่ (LAMY) ในไทย ใครได้? ใครเสีย?

ใครที่จะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนตัวแทนจำหน่าย LAMY ในครั้งนี้บ้าง มีใครที่จะได้ และใครที่จะเสียบ้าง จากการเปลี่ยนแปลงนี้ ผู้บริโภคควรทำอย่างไร

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทีมงานไรท์ติ้งอินไทย ได้รายงานเรื่องการลดราคาปากกาลามี่ (LAMY) ที่ลดมากถึง 25% โดยอ้างไปถึงคำตอบของพนักงานที่ว่า กำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงผู้นำเข้าเป็นรายอื่น แทนที่จะเป็นบริษัทเดิม

ไรท์ติ้งอินไทยจึงขอนำเสนอบทวิเคราะห์ว่า อันที่จริงแล้วใครที่จะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนตัวแทนจำหน่ายในครั้งนี้บ้าง มีใครที่จะได้ และใครที่จะเสียบ้าง จากการเปลี่ยนแปลงนี้ และผู้บริโภคควรทำอย่างไร

Lamy 2000 Makrolon

ลดราคาสินค้า LAMY บอกลูกค้า บ่งสัญญาณผลัดใบ

อันที่จริงแล้ว ปากกาลามี่ตามห้าง เริ่มประกาศลดราคากันมาตั้งแต่ช่วงต้นเดือน แต่เริ่มมีคนพบเห็นเอาช่วงกลางเดือน ช่วงเดียวกับที่ทีมงานพบที่ร้าน B2S สาขาเซ็นทรัล แกรนด์ พระราม 9 โดยลด 25% ทุกรุ่น ทุกแบบ ไม่เว้นแม้แต่รุ่นสีพิเศษ หรือตัวแพงอย่าง Dialog 3, Lamy 2000 Stainless Steel ต่างก็ลดราคากันไปหมด และไม่ใช่แค่ลดเฉพาะบางห้าง แต่ลดทุกห้าง ทีมงานไปเจอแม้กระทั่งเคาน์เตอร์ใน The Emporium ก็ยังลดราคา

ป้ายบอกลดราคาสินค้าของลามี่

ในโลกออนไลน์เอง เมื่อสำรวจความเคลื่อนไหวก็พบว่า เพจเจ้าของร้านอย่าง B2S Thailand โพสต์ประชาสัมพันธ์การลดเมื่อวันที่ 15 มีนาคม ที่ผ่านมา แต่ตัวป้ายที่ทีมงานเก็บมาได้ ระบุเป็นตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม แสดงให้เห็นว่าการประชาสัมพันธ์ในการลดราคาครั้งนี้กระทันหันพอสมควร

ภาพโพสต์ประสัมพันธ์บน Facebook ของ B2S Thailand

เมื่อสอบถามไปยังพนักงานขาย ทีมงานได้รับคำตอบอย่างไม่เป็นทางการว่า กำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงตัวแทนจำหน่าย จากรายปัจจุบันที่เป็นบริษัท B.K.L. เป็นบริษัทอื่นที่ยังไม่ทราบชื่อ โดยพนักงานท่านหนึ่ง (จากการสุ่มถามทั้งหมด 3 ที่) ระบุว่าทางเยอรมัน (หมายถึง C. Josef Lamy GmbH บริษัทลามี่) ยังไม่ประกาศว่าใครจะขึ้นมาเป็นผู้จัดจำหน่ายรายใหม่แทนที่บริษัทเดิม

ทีมงานไรท์ติ้งอินไทยได้เขียนสอบถามไปยังทางบริษัทโดยตรง แต่ยังไม่ได้รับคำตอบในเรื่องนี้ทันเวลาที่จะเขียนบทวิเคราะห์ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้

ความเป็นไปได้ของการเปลี่ยนแปลง

ทีมงานไรท์ติ้งอินไทยยังสงสัยว่า เหตุใดจึงเกิดการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในครั้งนี้ และเพราะสาเหตุใดกันแน่ทำไมถึงมีการเปลี่ยนตัวผู้จัดจำหน่าย จากเดิมที่เป็น B.K.L. ไปยังบริษัทอื่น ซึ่งจนบัดนี้เราก็ไม่ได้คำตอบที่ว่า บริษัทใดกันแน่ที่จะเข้ามาทำหน้าที่ใหม่นี้ คงต้องให้เวลาสิ้นเดือนนี้เป็นตัวบ่งชี้ว่า ใครที่จะเข้ามา หรือผลิตภัณฑ์ลามี่จะหายไปจากตลาดเครื่องเขียนไทยไปเลย

อย่างไรก็ตาม มีการวิเคราะห์และคาดการณ์สาเหตุของการเปลี่ยนแปลงนี้เอาไว้อยู่ 3 ประการ ดังต่อไปนี้

เปลี่ยนยุทธศาสตร์ จึงเปลี่ยนให้สอดคล้อง

อันที่จริงแล้ว ปากกาลามี่ในประเทศไทยแม้จะจัดหน่ายโดยบริษัทอย่าง B.K.L. ซึ่งมีผลิตภัณฑ์อื่นอยู่ในมืออย่าง ปากกาลูกลื่นโกลด์พ้อยท์ (Gold Point) หรือเครื่องเขียนอย่างเบนเฮอร์ (Benhur) แต่ที่จริงแล้ว คนที่เอาผลิตภัณฑ์ลามี่เข้ามาในประเทศไทย คือบริษัท DKSH ซึ่งระบุบนหน้าเว็บอย่างชัดเจนว่า นอกจากผลิตภัณฑ์อย่างลามี่แล้ว ยังมี กราฟ วอน เฟเบอร์-คลาสเทล (Graf von Faber-Castell) ด้วย

หน้าเว็บของ DKSH ระบุถึงชื่อลามี่ชัดเจน

DKSH ไม่ใช่ผู้เล่นรายใหม่ในตลาดเครื่องเขียน เพราะปัจจุบันบริษัทรับหน้าที่ในการนำเข้าและจัดจำหน่ายปากกาและสินค้า Montblanc แบรนด์ลูกในเครือ Richemont อยู่แล้ว การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอาจเป็นไปได้ว่า DKSH ตัดสินใจเปลี่ยนบริษัทจัดจำหน่าย โดยอาจจะรับหน้าที่ในการจัดจำหน่ายนี้ด้วยตนเอง เพราะมีประสบการณ์มาแล้วในฐานะบริษัทบริหารแบรนด์ใหญ่อย่าง Montblanc มาก่อน การจัดการกับแบรนด์อย่าง Lamy จึงไม่น่าใช่ของยากอะไร

อันที่จริงแล้ว การเปลี่ยนแปลงตัวผู้จัดจำหน่ายนี้ อาจสอดคล้องกับทิศทางของบริษัทเองที่เริ่มหันมาเน้นประเทศแถบเอเชียเพิ่มมากขึ้นผ่านช่องทางอื่นๆ The Moodie Davitt Report รายงานว่า บริษัทเริ่มหันมาจริงจังกับช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่ๆ อย่างเช่นการจำหน่ายบนเครื่องบิน โดยเน้นไปที่สายการบินในแถบเอเชียและยุโรปเป็นกลุ่มหลัก สอดคล้องกับรายงานของ Ken Research ที่ออกมาระบุว่าตลาดเครื่องเขียนในไทย โดยเฉพาะในกลุ่มตลาดบน (luxury) ยังโตได้อีกมากเพราะช่องทางการจัดจำหน่ายที่ดี การแข่งกันลดราคา เศรษฐกิจที่เติบโต และการขยายตัวของตลาดสินค้าระดับบนมือสอง

ดังนั้นแล้วในมิตินี้ การเปลี่ยนแปลงผู้จัดจำหน่ายอาจเป็นเรื่องของกลยุทธ์และการเติบโตของตลาด ที่ทำให้บริษัทเริ่มกลับมาคิดอย่างจริงจัง และพยายามจัดแบรนด์ตัวเองให้แข่งขันได้ในตลาด การยกเลิกตัวเองออกจากประเทศไทย เป็นเรื่องที่มีความเป็นไปได้น้อยมาก

ปัญหาพิพาทเรื่องประกัน LAMY

อีกปัญหาหนึ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมา คือปัญหากับเรื่องของการรับประกัน เพราะนโยบายการรับประกันสินค้าของลามี่ในประเทศไทย มีความสับสน ไม่ชัดเจน และคลุมเครือมาก นโยบายของแบรนด์หลักระบุอย่างชัดเจนว่า มีการรับประกันอย่างจำกัด 2 ปี โดยรับประกันเฉพาะสิ่งที่เกิดจากข้อผิดพลาดทางการผลิตและวัสดุ

นโยบายการรับประกันของแบรนด์

แต่ในประเทศไทย นโยบายการรับประกันของ B.K.L. กลับมีรายละเอียดที่แตกต่างออกไปจากนโยบายหลักของแบรนด์สินค้า กล่าวคือ

  • ในกรณีเกิดความผิดพลาดจากการผลิต จะได้รับประกันนับจากวันที่ซื้อเพียง 3 เดือน
  • กลไกของปากกา (ทีมงานเข้าใจว่าไม่ใช่ปากกาหมึกซึม) ได้รับประกัน 1 ปี
  • การรับประกันในปีที่ 2 จะได้รับส่วนลดค่าอะไหล่สูงสุด 50%

การรับประกันนี้ไม่สอดคล้องกับนโยบายหลักที่ครอบคลุมทั่วโลก นอกจากนั้นแล้วทาง B.K.L. ยังระบุในบัตรรับประกัน ซึ่งมาพร้อมกับตอนที่ซื้อว่า “บริษัทฯ ขอเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า” ด้วย ทำให้การรับประกัน อาจเปลี่ยนแปลงไปได้ทุกเมื่อตามที่บริษัทเห็นสมควร

ด้านหน้าและด้านหลังของใบรับประกันสินค้า

กรณีการรับประกันที่ไม่สอดคล้องกันนี้ เคยเป็นปัญหาที่นำมาสู่การถกเถียงครั้งใหญ่ระหว่างผู้จัดจำหน่าย (B.K.L.) และเว็บไซต์ บี.บี.บล็อก เว็บไซต์รวมชุมชนผู้ใช้ลามี่รายใหญ่ของประเทศมาแล้วครั้งหนึ่ง (ตามอ่านได้ที่นี่) นำมาสู่นโยบายการตรวจสอบแหล่งที่มาของสินค้าโดย B.K.L. ในภายหลังด้วย

เรื่องนี้แม้จะเกิดขึ้นมานานแล้ว (ตั้งแต่ปี 2559 หรือราว 3 ปีที่แล้ว) แต่ไม่มีใครทราบว่ามีการแจ้งทางบริษัทหลักไปหรือไม่ และมีผลกระทบอย่างไรกับการเลิกต่อสัญญาการจัดจำหน่ายของ B.K.L. ที่เกิดขึ้นแล้ว

ยุติสัญญาจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

ทางที่เป็นได้ในส่วนสุดท้าย คือการยุติสัญญาจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อาจเป็นเจ้าของแบรนด์ที่ตัดสินใจยกเลิกสัญญา, DKSH ขอยกเลิกสัญญา หรือแม้กระทั่ง B.K.L. เอง ที่ตัดสินใจขอยกเลิกสัญญา ซึ่งเรื่องนี้เป็นความลับทางการค้า และเราคงไม่สามารถเข้าไปล่วงรู้ได้ว่า เกิดอะไรกันขึ้นในสัญญาการเป็นตัวแทนจำหน่ายนี้

อย่างไรก็ตาม เมื่อวิเคราะห์จากเหตุผลทั้งหมด B.K.L. ไม่น่าจะมีเหตุผลอะไรที่จะต้องเป็นฝ่ายยุติสัญญากับทางเจ้าของหรือผู้นำเข้า เพราะทันที่ผู้จัดจำหน่ายเสียแบรนด์อย่างลามี่ไป สิ่งที่เกิดขึ้นคือผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่มีอยู่ในมือทั้งหมด กลายเป็นผลิตภัณฑ์ในตลาดล่างแทบทั้งสิ้น แบรนด์อย่าง Lamy ที่เป็นตัวชูโรงของบริษัท จึงมีความหมายอย่างมาก และการเสียแบรนด์ระดับนี้ ย่อมไม่ใช่ผลดีอย่างแน่นอน แถมยังเป็นตัวแทนจำหน่ายมากว่า 50 ปีแล้ว

ปากกาลูกลื่น Lamy Logo

คำตอบในข้อนี้จึงวนมาที่สองบริษัทหลักที่เกี่ยวข้อง คือ Lamy และ DKSH ว่าทำไมถึงยอมที่จะเปลี่ยนตัวแทนจำหน่ายในครั้งนี้กันแน่

ผู้บริโภคและผลกระทบ

ในห้วงเวลานี้ที่การลดราคา 25% ยังคงเดินหน้าไปจนถึงสิ้นเดือนนี้ สิ่งที่น่ากังวลคือความไม่แน่นอนของการเปลี่ยนผู้จัดจำหน่าย เพราะการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงธรรมดา แต่เกี่ยวกับนโยบายการรับประกันสินค้าที่อาจจะเปลี่ยนไปจากเดิมด้วย และลามี่ยังคงไม่มีคำตอบอย่างชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้

ไรท์ติ้งอินไทยคาดการณ์ว่า ระยะสั้นแล้ว ผู้บริโภคที่ซื้อสินค้ากับ B.K.L. น่าจะได้รับการรับประกันจากผู้จัดจำหน่ายรายใหม่ เพราะเป็นการยึดแนวทางนโยบายการรับประกันสินค้าทั่วโลกของแบรนด์เอง (ยกเว้นในสหรัฐอเมริกา ที่เป็นการรับประกันตลอดอายุการใช้งาน) และเป็นการรักษาภาพความต่อเนื่องของแบรนด์สินค้า

ปากกา Lamy 2000

แต่ถ้านโยบายใหม่ออกมาพร้อมกับผู้จัดจำหน่ายรายใหม่ ไม่รับประกันสินค้าให้ครอบคลุม ตรงนี้จะเป็นปัญหาใหญ่สำหรับลูกค้า ซึ่งถ้าผู้จัดจำหน่ายรายใหม่ เลือกที่จะไม่รับผิดชอบสินค้าที่ตนเองไม่ได้นำเข้า ก็จะทำให้ลูกค้าทั้งหมดได้รับผลกระทบทันที และเสียความเชื่อมั่นกับแบรนด์สินค้าไปด้วย เราจึงเชื่อว่ามีโอกาสน้อยที่การตัดสินใจจะออกมาในลักษณะนี้ ยังไม่นับรวมผลกระทบในทางกฎหมายที่จะเกี่ยวข้องเพิ่มเติมด้วย

คำแนะนำของไรท์ติ้งอินไทยคือ ให้ลูกค้าลามี่ทุกคน เก็บหลักฐานการซื้อเอาไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใบเสร็จรับเงิน เพื่อเป็นหลักฐานยืนยัน ในกรณีที่ท่านซื้อภายในประเทศ ส่วนในกรณีของสินค้าที่ซื้อจากต่างประเทศ คงต้องรอนโยบายจากผู้จัดจำหน่ายรายใหม่ ซึ่งก็หวังว่าจะสอดคล้องกับนโยบายหลักของแบรนด์ หลังจากที่เคยมีปัญหากันมาเมื่อ 3 ปีที่แล้ว

ส่วนสินค้าจะมีหลากหลายมากขึ้นกว่าเดิมหรือไม่ ยังเป็นคำตอบที่ไม่น่าจะมีอย่างชัดเจน แต่หากมีการเปลี่ยนแปลงตัวเลือกสินค้าจริงๆ นั่นแปลว่าบริษัทย่อมเปลี่ยนทิศทางการทำตลาดให้สอดคล้องกับการเติบโตในระดับภูมิภาคที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย

สรุป

Lamy 2000

โดยสรุปแล้ว คนที่จะได้รับผลกระทบด้านลบอย่างชัดเจน คงเลี่ยงไม่พ้น B.K.L. ที่เสียแบรนด์สินค้าระดับพรีเมียมของตัวเอง รวมถึงช่องทางจำหน่ายสินค้าพรีเมียมเหล่านี้ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำด้วย แน่นอนว่าเรื่องช่องทางสินค้าอาจจะไม่ใช่ทั้งหมด เพราะยังคงมีผลิตภัณฑ์อื่นไปขาย แต่ต้องยอมรับว่าในการรับรู้ของผู้บริโภค Lamy เป็นสินค้าหลักของบริษัท และทุกคนก็รับทราบดีว่าบริษัทเป็นผู้จัดจำหน่าย การเสียช่องทางนี้ไป จึงเป็นการเสียรายได้ของบริษัทไปอย่างแน่นอน

สำหรับลูกค้า คำตอบตอนนี้ยังไม่ชัดเจนนักว่าจะเกิดผลกระทบอะไรขึ้นบ้าง ระหว่างการที่จะได้รับประกันจากนโยบายสากล (2 ปี จากวันที่ซื้อ กรณีสินค้าบกพร่อง) หรือการไม่ได้รับประกันเลย แล้วให้ลูกค้าไปติดต่อกับบริษัท B.K.L. ที่เป็นผู้จัดจำหน่ายรายเดิม ไรท์ติ้งอินไทยมองว่า คงเป็นการยากที่จะมีการเปลี่ยนแปลงแบบพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน เพราะฐานลูกค้าของแบรนด์ในเมืองไทยถือว่ามีอยู่พอสมควร การเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่จะทำให้ความจงรักภักดีของแบรนด์สินค้าหายไป คงเป็นเรื่องยาก

คำตอบจึงอยู่ที่ฝั่งเจ้าของแบรนด์และผู้นำเข้าที่จนถึงปัจจุบันนี้ ยังคงเงียบอยู่ และไม่มีการแถลงให้ลูกค้าทราบแต่อย่างใด แต่โอกาสถอนตัวจากประเทศไทยของแบรนด์คงเป็นไปได้ยาก ส่วนตัวแทนจำหน่ายรายใหม่ที่เรายังไม่ทราบว่าเป็นบริษัทใดนั้น ก็ต้องตอบคำถามเรื่องการรับประกันสินค้าให้ชัดเจนด้วยเช่นกัน ว่าสินค้าก่อนวันที่ 1 เมษายน ซึ่งเป็นวันที่ตัวแทนจำหน่ายรายใหม่จะทำหน้าที่แทน ใครจะเป็นผู้ดูแลและรับประกันสินค้า

ทีมงานไรท์ติ้งอินไทยจะติดตาม และรายงานความคืบหน้าเป็นระยะถึงการเปลี่ยนแปลงนี้ จนกว่าจะได้คำตอบที่ชัดเจน

Patranun Thaniyavarn Limudompornhttps://www.patranun.com/
เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา คนเดินดิน เรียนจบรัฐศาสตร์ ชอบปากกามาตั้งแต่เด็กๆ แต่ไม่ค่อยได้บอกให้ใครรู้ เริ่มใช้ปากกาหมึกซึมมาตั้งแต่ระดับประถม และใช้ปากกาลูกลื่น Montblanc Generation เป็นปากกาประจำตัว เลิกใช้ปากกาหมึกซึมไประยะหนึ่งก่อนกลับมาใช้ใหม่เพราะเพื่อนฝูงชักชวน แต่ก็ยังวนเวียนกับปากการะดับพรีเมียมเช่นเคย

ติดตามเราบน Facebook

เนื้อหายอดนิยม

รีวิว ปากกาหมึกเจลมูจิ (MUJI Gel Pen) ของดีที่ซื้อให้ก็ได้ ใช้เองก็ดี

ไรท์ติ้งอินไทย พาท่านพบกับ รีวิวเครื่องเขียน ที่ครั้งนี้เป็น ปากกาหมึกเจลมูจิ (MUJI Gel Ink Pen) ยอดนิยม ที่เขียนได้ดี ใช้ง่าย ใช้เองก็ได้ ให้คนอื่นก็ดี

รีวิวปากกาหมึกซึม Montblanc Meisterstück 149

รีวิว Montblanc Meisterstück 149 ปากกาหมึกซึมในตำนานกับไรท์ติ้งอินไทย ปากกาที่หลายคนใฝ่ฝันอยากเป็นเจ้าของ เพื่อเป็นตัวแทนและเครื่องหมายของความสำเร็จในชีวิต

เขียนสู้ COVID-19! แนะนำเครื่องเขียนดิจิทัลเพื่อการสอนออนไลน์

ไรท์ติ้งอินไทย พาไปพบกับตัวเลือกเครื่องเขียนดิจิทัล ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการเรียนการสอนแบบออนไลน์ ในช่วงวิกฤติการแพร่เชื้อ COVID-19

รวมข้อมูล สถานที่ส่งซ่อม ปากกา เครื่องเขียน ในไทย

หลายครั้งที่เรามีเครื่องเขียนคู่ใจ ไม่ว่าจะเป็น ปากกา ปากกาหมึกซึม ดินสอกด ฯลฯ และเราก็ใช้งานอยู่ตลอดเวลา แต่เครื่องเขียนเหล่านี้ก็มักจะมีการสูญสลายตามเวลา สิ่งที่ต้องตามมาคือการเอาปากกาและเครื่องเขียนอื่นๆ เข้าซ่อม ไรท์ติ้งอินไทย จึงรวบรวมข้อมูลส่งซ่อมเครื่องเขียนคู่ใจ และนโยบายของการซ่อมสินค้าเหล่านี้มาให้ผู้อ่านใช้เป็นข้อมูลครับ (อัพเดตล่าสุด: 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561)

รีวิว ปากกาหมึกซึม Caran d’Ache 849 สุดยอดปากกาเขียนดีที่เข้าถึงได้

ในบรรดาผู้ผลิตปากกาชั้นนำของโลก หนึ่งในผู้ผลิตที่มักถูกกล่าวถึงคือ Caran d'Ache ผู้ผลิตเครื่องเขียนจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ด้วยการผลิตที่พิถีพิถัน ทนทาน และวัสดุที่ดีมาเสมอ และเมื่อปีที่แล้วบริษัทได้ทำการเปิดตัว ปากกาหมึกซึม Caran d'Ache 849 ซึ่งเรียกความสนใจจากแวดวงคนใช้ปากกาหมึกซึมทั่วโลก เพราะเป็นครั้งแรกที่บริษัทตัดสินใจทำปากกาหมึกซึมจับตลาดล่าง หลังจากที่อยู่แต่เฉพาะตลาดบนมาโดยตลอด ไรท์ติ้งอินไทย ขอนำเสนอบทรีวิวปากกาหมึกซึมดังกล่าวนี้...

บทความที่เกี่ยวข้อง